ธนาคารโลก (World Bank) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจไทยล่าสุด โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวที่ร้อยละ 3.0 ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
รายงานระบุว่า การส่งออกสินค้า มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ซึ่งได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ในตลาดโลกที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับ การท่องเที่ยว ที่กลับมาคึกคัก ส่งผลให้ภาคบริการขยายตัวได้ดี
นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชน ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน
ความเสี่ยงและข้อท้าทาย
อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกยังคงชี้ให้เห็นถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจจำกัดการบริโภคในระยะยาว ขณะที่ การลงทุนภาครัฐ มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ธนาคารโลกเสนอแนะให้รัฐบาลไทยดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพแรงงานและการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
- เร่งรัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระบบรางและโลจิสติกส์
- ส่งเสริมการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีชีวภาพ
- พัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในยุคดิจิทัล
ทั้งนี้ ธนาคารโลกยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้คำแนะนำเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป



