วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันแรงงานแห่งชาติซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดเทียบเท่าวันทำงานปกติ หากนายจ้างให้ทำงานในวันดังกล่าว ต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ และหากมีการทำงานล่วงเวลา ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนด
สิทธิของลูกจ้างในวันแรงงานแห่งชาติ
วันแรงงานแห่งชาติถือเป็นวันหยุดตามกฎหมายที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างเทียบเท่าวันทำงานปกติ เพื่อคุ้มครองสิทธิและสร้างหลักประกันด้านแรงงานอย่างเป็นธรรม หากวันแรงงานแห่งชาติตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนดให้นายจ้างต้องจัดวันหยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิครบถ้วนตามกฎหมาย
ข้อยกเว้นสำหรับกิจการที่ไม่สามารถหยุดดำเนินงานได้
สำหรับกิจการที่ไม่สามารถหยุดดำเนินงานได้ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร สถานพยาบาล หรือกิจการขนส่ง นายจ้างสามารถตกลงกับลูกจ้างเพื่อกำหนดวันหยุดชดเชยในวันอื่น หรือจ่ายค่าทำงานในวันหยุดแทนได้ตามความเหมาะสม
รัฐบาลเน้นย้ำการคุ้มครองแรงงาน
นางสาวลลิดากล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับทุนมนุษย์และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้รับความเป็นธรรมและหลักประกันที่เหมาะสม พร้อมย้ำให้นายจ้างทุกแห่งปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยยึดประโยชน์ของลูกจ้างเป็นสำคัญ



