โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จในการนำเม็ดพลาสติกรีไซเคิลจากบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว มาผลิตเป็นชิ้นส่วนแผ่นป้องกันบังโคลนหน้าด้านบน (Protector Front Fender Upper) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนเรซินภายในห้องเครื่องยนต์ของรถยนต์โตโยต้า นับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและหมุนเวียนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับโลกของโตโยต้า
ความท้าทายและมาตรฐานการผลิตชิ้นส่วนรีไซเคิล
การนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้ในรถยนต์ไม่ใช่เพียงการหลอมแล้วขึ้นรูปใหม่ แต่ต้องทำให้วัสดุมีคุณสมบัติแข็งแรง ทนความร้อน คงรูป และปลอดภัยเทียบเท่าวัสดุใหม่ วัสดุรีไซเคิลดังกล่าวได้รับการพัฒนาและผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด ทั้งด้านความแข็งแรง ความทนทานต่อความร้อน ความคงตัวของขนาด และประสิทธิภาพการใช้งานในระยะยาว โดยโตโยต้าทำงานร่วมกับผู้ผลิตชิ้นส่วนและพันธมิตรอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมคุณภาพและตรวจสอบแหล่งที่มาของวัสดุตลอดกระบวนการผลิต
ขยายแหล่งวัสดุรีไซเคิลสู่ชุมชนและขยะอิเล็กทรอนิกส์
ปัจจุบันวัสดุรีไซเคิลที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนดังกล่าวมาจากบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งาน และถือเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้ในโครงการอื่นในอนาคต โตโยต้าอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำวัสดุรีไซเคิลจากแหล่งต่าง ๆ มาใช้เพิ่มเติม เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) ชิ้นส่วนรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน (End-of-Life Vehicle: ELV) และวัสดุจากชุมชน ผ่านโครงการ Mobility Upcycling ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างโตโยต้าฯ ชุมชน และพันธมิตรเครือข่าย เพื่อสร้างมูลค่าจากทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
ยุทธศาสตร์ 3 เสาหลักเพื่อความยั่งยืน
โตโยต้าวางยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนไว้บน 3 เสาหลัก ได้แก่ Carbon Neutrality (ความเป็นกลางทางคาร์บอน) Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) และ Nature Positive (การสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ) โดยเป้าหมายระดับโลกของบริษัทคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ลง 30% ภายในปี 2030 พร้อมเดินหน้าพัฒนาพลังงานสะอาด เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในโรงงานผลิต
จากขยะสู่ทรัพยากร ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน
นอกจากการรีไซเคิลแล้ว โตโยต้ายังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ควบคู่ไปกับการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การประยุกต์ใช้แนวคิด "คาราคูริ" เพื่อใช้กลไกทางกายภาพทดแทนพลังงานไฟฟ้า รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ไปจนถึงการขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดภายในโรงงาน สะท้อนความตั้งใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน สำหรับโตโยต้า นี่ไม่ใช่เพียงการผลิตรถยนต์ที่ดีขึ้น แต่คือการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวคิดที่พิสูจน์แล้วว่า "ความยั่งยืน" สามารถเกิดขึ้นได้จริง เมื่อทุกภาคส่วนร่วมกันเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นคุณค่าใหม่



