ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวขึ้นแรงในวันนี้ (5 มิ.ย. 66) หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศลดกำลังผลิตน้ำมันดิบลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นกว่า 4%
ซาอุฯประกาศลดกำลังผลิตเพิ่มเติม
กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า การตัดสินใจลดกำลังผลิตลงอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นไปตามความสมัครใจของซาอุดีอาระเบีย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป และสามารถต่ออายุได้ทุกเดือน การลดกำลังผลิตครั้งนี้เป็นการปรับลดเพิ่มเติมจากการลดกำลังผลิตตามข้อตกลงของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ซึ่งรวมถึงรัสเซียและพันธมิตรอื่นๆ
การประชุมของกลุ่มโอเปกพลัสเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา มีมติให้คงนโยบายการลดกำลังผลิตโดยรวมไว้ที่ 3.66 ล้านบาร์เรลต่อวันจนถึงสิ้นปี 2567 โดยซาอุดีอาระเบียได้เสนอให้ลดกำลังผลิตเพิ่มเติมเพื่อพยุงราคาน้ำมันท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ที่ชะลอตัวลง
ราคาน้ำมันดิบพุ่งกว่า 4%
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 2.49 ดอลลาร์ หรือ 3.6% แตะที่ 72.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งขึ้นถึง 4.2% ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 2.44 ดอลลาร์ หรือ 3.2% แตะที่ 76.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์จากบริษัท ANZ Research กล่าวว่า "การประกาศลดกำลังผลิตของซาอุดีอาระเบียถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อราคาน้ำมัน แต่อุปสงค์ที่ยังคงอ่อนแอจากจีนและเศรษฐกิจโลกอาจจำกัด upside"
ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก
การลดกำลังผลิตของซาอุดีอาระเบียครั้งนี้คาดว่าจะทำให้ตลาดน้ำมันโลกตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงที่อุปสงค์น้ำมันมักจะเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในประเทศต่างๆ รวมถึงไทย ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ประชาชนและภาคธุรกิจอาจต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นในระยะต่อไป



