อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม 2568 ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ไม่รวมอาหารสดเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ลดลงจาก 3.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.8% ข้อมูลจากกระทรวงกิจการภายในของญี่ปุ่นระบุเมื่อวันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2568
ปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อชะลอตัว
การชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อได้รับผลกระทบจากมาตรการอุดหนุนค่าสาธารณูปโภคของรัฐบาลที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงราคาอาหารที่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะราคาข้าวที่ลดลงถึง 4.3% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ราคาบริการยังคงเพิ่มขึ้น 2.4% สะท้อนถึงค่าจ้างที่ปรับสูงขึ้น
ทิศทางนโยบายการเงินของ BOJ
แม้อัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลง แต่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไปในอนาคต โดยผู้ว่าการ BOJ คาซูโอะ อูเอดะ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า “เราจะดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% อย่างยั่งยืน” ทั้งนี้ BOJ ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วสองครั้งในปี 2567 และ 2568 โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ที่ 0.5%
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาด
นักเศรษฐศาสตร์มองว่าการชะลอตัวของเงินเฟ้ออาจทำให้ BOJ ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้น แต่แนวโน้มการปรับขึ้นยังคงเดิมเนื่องจากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นและความต้องการภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ข้อมูลค่าจ้างที่แท้จริงของญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ BOJ ดำเนินนโยบายคุมเข้มต่อไป ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลงเล็กน้อยหลังจากข้อมูลเงินเฟ้อออกมา โดยนิกเกอิ 225 ปิดลบ 0.3% ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงสู่ระดับ 142 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ



