ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26 มิ.ย. 2567) ที่ระดับ 32.81 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 31 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 โดยแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 32.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยหนุนค่าเงินบาทแข็งค่า
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักวิเคราะห์อาวุโสจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า การแข็งค่าของเงินบาทในครั้งนี้ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยเฉพาะการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย
นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในตลาดพันธบัตรไทย โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตรไทยในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย
ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ
การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและท่องเที่ยว โดยผู้ส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงเมื่อแปลงกลับเป็นสกุลเงินบาท ขณะที่ธุรกิจนำเข้าได้อานิสงส์จากต้นทุนที่ลดลง
นายจิติพล กล่าวว่า “การแข็งค่าของเงินบาทในระดับนี้จะกดดันกำไรของผู้ส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรต่ำ แต่จะเป็นผลดีต่อธุรกิจนำเข้า เช่น น้ำมันและวัตถุดิบ”
แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะต่อไป
นักวิเคราะห์มองว่า เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าได้อีก หากเงินดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 32.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในประเทศ เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางค่าเงินบาทในระยะกลาง
ธปท. ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยพร้อมใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อดูแลความผันผวนของค่าเงิน โดยยังคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.50% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน



