เคยอ่านนิยายสักเรื่องแล้วรู้สึกอินจนอยากเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปเยือนสถานที่ในหนังสือดูสักครั้งไหม ความรู้สึกโหยหาที่จะได้สัมผัสบรรยากาศจริงจากตัวอักษรนี่เอง ที่ทำให้เกิดเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Literary Travel” หรือ “การท่องเที่ยวเชิงวรรณกรรม” ซึ่งกำลังกลายเป็นกระแสยอดฮิตในกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน
Literary Travel คืออะไร
Literary Travel คือการเดินทางเพื่อไปเยือนสถานที่ที่มีความเชื่อมโยงกับหนังสือ นิยาย หรือนักเขียนคนโปรด รูปแบบการท่องเที่ยวนี้ครอบคลุมตั้งแต่การไปตามรอยฉากหลังที่ปรากฏในนิยาย การไปเยี่ยมชมบ้านเกิดหรือหลุมศพของนักเขียนระดับตำนาน การแวะคาเฟ่ที่นักเขียนเคยใช้นั่งปั่นต้นฉบับ ไปจนถึงการเข้าร่วมเทศกาลหนังสือและเยี่ยมชมห้องสมุดเก่าแก่ทั่วโลก
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ การไปเยือนสถานีชานชาลาที่ 9 เศษ 3 ส่วน 4 ในลอนดอนของแฟนๆ Harry Potter, การบุกเมืองดูบรอฟนิก (Dubrovnik) ประเทศโครเอเชีย เพื่อตามรอยนครคิงส์แลนดิ้งจากมหากาพย์ Game of Thrones, การเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศมิดเดิลเอิร์ธที่หมู่บ้านฮอบบิตอน (Hobbiton) ในประเทศนิวซีแลนด์ จากเรื่อง The Lord of the Rings หรือแม้แต่การเยือนเมืองบาธ (Bath) ในอังกฤษ เพื่อซึมซับกลิ่นอายคลาสสิกตามรอยนักเขียนอย่าง Jane Austen
ทำไม Literary Travel ถึงกลายเป็นเทรนด์ฮิตของคนรุ่นใหม่
ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การอ่านและการเดินทางเป็นสิ่งที่ผูกพันกันอย่างลึกซึ้งมาโดยตลอด หากย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 19 เมื่อผู้คนเริ่มหันมาสัญจรด้วยรถไฟ บรรดาสำนักพิมพ์ต่างก็เริ่มวางจำหน่ายหนังสือนิยายปกอ่อนแนวโรแมนติกและระทึกขวัญตามสถานีรถไฟทั่วกรุงลอนดอน แม้กระทั่งสำนักพิมพ์ระดับโลกอย่าง Penguin Books ก็ยังเคยสร้างความฮือฮาด้วยการนำตู้จำหน่ายหนังสืออัตโนมัติที่เรียกว่า "PenguinCubator" ไปติดตั้งไว้บนชานชาลา เพื่อให้นักเดินทางได้กดซื้อความบันเทิงไปเปิดอ่านระหว่างทาง
การท่องเที่ยวตามรอยหนังสือจึงไม่ใช่เพียงเทรนด์ใหม่ แต่เป็นการหยิบเอาความสุนทรีย์และจิตวิญญาณของนักเดินทางที่มีมาตั้งแต่อดีต มาปัดฝุ่นใหม่ให้ตอบโจทย์การโหยหาความหมายในการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน เทรนด์นี้จึงกลับมาบูมในยุคดิจิทัล และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการผสมผสานระหว่างไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี และความต้องการทางจิตใจของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ และปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงวรรณกรรมที่เน้นการดื่มด่ำอย่างเนิบช้าให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง
พลังขับเคลื่อนจาก BookTok และ Bookstagram
โซเชียลมีเดียอย่าง TikTok โดยเฉพาะคอมมูนิตี้ BookTok และ Instagram มีอิทธิพลอย่างมากในการปลุกกระแสรักการอ่านในกลุ่ม Gen Z และ Millennials การรีวิวหนังสือในยุคนี้ไม่ได้มีแค่การเล่าเรื่องย่อ แต่พ่วงมากับการสร้างความสุนทรีย์ เช่น สไตล์ Dark Academia หรือ Cottagecore เมื่อวัยรุ่นเห็นภาพบรรยากาศที่สวยงาม พวกเขาจึงอยากเดินทางไปสัมผัสสถานที่จริงเพื่อทำคอนเทนต์และเติมเต็มจินตนาการ
การสวมบทบาทเป็นตัวละครหลัก
คนรุ่นใหม่มีแนวคิดที่เรียกว่า “Romanticize Your Life” หรือการใช้ชีวิตให้งดงามเหมือนในภาพยนตร์หรือนิยาย การได้ไปเดินทอดน่องในเมืองเก่า หรือนั่งอ่านหนังสือริมทะเลสาบที่ตัวเอกในนิยายเคยไป ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกใบนั้นจริงๆ และได้เป็นตัวละครหลักในเรื่องราวการเดินทางของตัวเอง
โหยหาการเดินทางที่มีความหมาย
นักท่องเที่ยวยุคปัจจุบันเริ่มอิ่มตัวกับการเที่ยวแบบฉาบฉวย หรือการไปแค่เช็กอินถ่ายรูปกับแลนด์มาร์ก พวกเขาต้องการการเดินทางที่ลึกซึ้งและมีการเชื่อมโยงทางอารมณ์ การได้ไปยืนอยู่ในสถานที่ที่เคยสร้างความประทับใจผ่านตัวอักษร ทำให้การเดินทางมีเรื่องราว มีจุดมุ่งหมาย และให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้พบปะเพื่อนเก่า
หลีกหนีความวุ่นวายสู่ความเนิบช้า
ในโลกที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยหน้าจอ Literary Travel มักเป็นการท่องเที่ยวที่เน้นความเนิบช้า การได้ใช้เวลาซึมซับบรรยากาศ นั่งจิบกาแฟ และอ่านหนังสือในสถานที่ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังทางวรรณกรรม ถือเป็นการพักผ่อนฟื้นฟูจิตใจและทำ Digital Detox ไปในตัวได้อย่างยอดเยี่ยม
Literary Travel จึงไม่ใช่แค่การตามรอยสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือการเดินทางเพื่อเปลี่ยนภาพจำในจินตนาการให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้จริง เป็นความโรแมนติกแห่งการเดินทางที่ทำให้ตัวอักษรมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ข้อมูลจาก Forbes ระบุว่าเทรนด์นี้กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าการเที่ยวแบบผิวเผิน



