รัฐบาลจีนประกาศขยายระยะเวลาการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจาก 38 ประเทศออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยนโยบายนี้ครอบคลุมประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงสิงคโปร์ บรูไน ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร
รายละเอียดนโยบายยกเว้นวีซ่า
นโยบายยกเว้นวีซ่านี้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2566 และเดิมมีกำหนดสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน 2567 แต่ทางการจีนได้ตัดสินใจขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี เพื่อสนับสนุนการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ นักท่องเที่ยวจากประเทศที่อยู่ในรายชื่อสามารถเดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่าเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการท่องเที่ยว เยี่ยมเยียนครอบครัว หรือทำธุรกิจระยะสั้น โดยสามารถพำนักอยู่ในจีนได้สูงสุด 15 วัน
ประเทศที่ได้รับสิทธิ์
- เอเชีย: สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
- ยุโรป: ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร โปรตุเกส กรีซ สวิตเซอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ ฮังการี ออสเตรีย เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก โครเอเชีย โมนาโก
- อเมริกาเหนือ: สหรัฐอเมริกา แคนาดา
- โอเชียเนีย: ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์
ผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
การขยายเวลายกเว้นวีซ่าครั้งนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังจีน ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และภาคบริการอื่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้าระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ
นักวิเคราะห์มองว่าการดำเนินนโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของจีนในการเปิดประเทศอีกครั้งหลังยุคโควิด-19 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยการท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคและการลงทุน
ข้อควรทราบสำหรับนักท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าจีนภายใต้นโยบายยกเว้นวีซ่าจะต้องมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ และต้องแสดงหลักฐานการเดินทางขากลับหรือตั๋วเครื่องบินต่อไปยังประเทศอื่น นอกจากนี้ยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสุขภาพและความปลอดภัยของจีน รวมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิและการยื่นคำประกาศสุขภาพ
สำหรับผู้ที่ต้องการพำนักนานกว่า 15 วัน หรือมีวัตถุประสงค์อื่น เช่น การทำงานหรือการศึกษา ยังคงต้องขอวีซ่าประเภทที่เหมาะสมก่อนเดินทาง



