ธนาคารโลก (World Bank) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจไทยล่าสุด โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยในปี 2569 จะขยายตัวที่ร้อยละ 3.0 ซึ่งเป็นการฟื้นตัวที่ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้เล็กน้อย เนื่องจากปัจจัยกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
รายงานระบุว่า การบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องช่วยสนับสนุนภาคบริการและการจ้างงาน นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าเกษตรและอิเล็กทรอนิกส์ก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามความต้องการของตลาดโลก
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกเตือนว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนที่สูงถึงร้อยละ 90 ของ GDP ซึ่งอาจจำกัดกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว อีกทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ก็เป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อการส่งออกและการลงทุน
นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ธนาคารโลกแนะนำให้รัฐบาลไทยดำเนินนโยบายการคลังอย่างระมัดระวัง โดยเน้นการลงทุนในโครงการที่มีประสิทธิภาพและลดการขาดดุลงบประมาณ นอกจากนี้ ควรเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนผ่านกลไกการปรับโครงสร้างหนี้และการส่งเสริมการออม รวมถึงการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
สำหรับปี 2568 ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 2.8 ก่อนจะเร่งตัวขึ้นในปีถัดไป โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล



