หนี้ครัวเรือนไทย Q2/68 พุ่ง 17.2 ล้านล้าน เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า
หนี้ครัวเรือนไทย Q2/68 พุ่ง 17.2 ล้านล้าน เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 2 ปี 2568 พุ่งสูงขึ้นเป็น 17.2 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 90.2% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่อยู่ที่ 89.8% สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่ยังไม่คลี่คลาย แม้เศรษฐกิจไทยจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบ้างแล้ว

สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือน

ปัจจัยหลักที่ทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่กระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย ส่งผลให้รายได้ของประชาชนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายยังคงสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าครองชีพและราคาพลังงาน นอกจากนี้ หนี้สินเพื่อการอุปโภคบริโภค เช่น บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า "หนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นความท้าทายสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว แต่การใช้จ่ายและการลงทุนของภาคครัวเรือนยังถูกจำกัดด้วยภาระหนี้"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

หนี้ครัวเรือนที่สูงส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง การบริโภคภายในประเทศชะลอตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบการเงิน หากลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ อาจนำไปสู่หนี้เสีย (NPL) ที่เพิ่มขึ้น

ข้อมูลจาก ธปท. ระบุว่า หนี้เสียของสินเชื่อครัวเรือนในไตรมาส 2 อยู่ที่ 3.2% เพิ่มขึ้นจาก 3.0% ในไตรมาสก่อน สะท้อนว่าภาระหนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มาตรการแก้ไขหนี้ครัวเรือน

ภาครัฐและ ธปท. ได้ออกมาตรการหลายอย่างเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การพักชำระหนี้ และการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการรายย่อย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่ามาตรการเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีการแก้ไขเชิงโครงสร้างในระยะยาว

นายสมชัย จิตสุชน นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า "รัฐบาลควรเน้นการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนผ่านการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอต่อการชำระหนี้"

แนวโน้มในอนาคต

ธปท. คาดว่าหนี้ครัวเรือนจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะสั้น แต่มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยในปี 2569 หากเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ตามคาด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ

รายงานของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนในครั้งนี้เป็นผลมาจากการกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยและรถยนต์เป็นหลัก โดยสินเชื่อบ้านมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 32% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด