เงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 5 มีนาคม 2568 ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย
ปัจจัยหนุนค่าเงินบาทแข็งค่า
นางสาวกาญจนา โชคไพบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า การแข็งค่าของเงินบาทได้รับปัจจัยหลักจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดชะลอตัวลง โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรไทย เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ
ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและประชาชน
การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลดีต่อผู้นำเข้าและผู้ที่มีหนี้สินเป็นสกุลเงินดอลลาร์ เนื่องจากต้นทุนในการซื้อสินค้าและชำระหนี้ลดลง ขณะที่ผู้ส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง นายสมชาย ทรัพย์เจริญ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า "ผู้ส่งออกต้องปรับตัวโดยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน"
แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะต่อไป
นักวิเคราะห์คาดว่าเงินบาทจะยังคงแข็งค่าในกรอบ 33.80-34.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยการเมืองในประเทศและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด หากเฟดส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น เงินบาทอาจแข็งค่าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเข้ามาดูแลไม่ให้ค่าเงินผันผวนมากเกินไป



