SCB EIC ปรับเป้าจีดีพีไทยปี 67 เหลือ 2.7% จากความเสี่ยงศก.โลก
SCB EIC ปรับเป้าจีดีพีไทยปี 67 เหลือ 2.7% จากความเสี่ยงศก.โลก

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2567 ลงเหลือ 2.7% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2.9% โดยระบุถึงปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

ปัจจัยหลักที่ทำให้ปรับลดคาดการณ์

นายยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การปรับลดประมาณการครั้งนี้มีสาเหตุสำคัญจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในประเทศคู่ค้าหลักของไทย เช่น จีน สหรัฐฯ และยุโรป ส่งผลให้การส่งออกของไทยในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลก

ผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว

SCB EIC คาดว่าการส่งออกสินค้าของไทยในปี 2567 จะขยายตัวเพียง 1.5% ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 2.5% โดยได้รับผลกระทบจากอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ก็มีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนกลับมาไม่เต็มที่ โดยคาดว่าทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน สร้างรายได้ 1.5 ล้านล้านบาท

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยหนุนในประเทศ

อย่างไรก็ตาม SCB EIC ยังมองว่ามีปัจจัยหนุนจากในประเทศ โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่ยังขยายตัวได้ดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่เร่งตัวขึ้นจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่เพิ่งประกาศใช้ นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะช่วยสนับสนุนภาคการส่งออกและท่องเที่ยว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

นายยรรยง กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้เศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวชะลอลง แต่ยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง หากเศรษฐกิจโลกเริ่มทรงตัวและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่อาจรุนแรงกว่าคาด และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

SCB EIC เสนอให้รัฐบาลดำเนินนโยบายการคลังและการเงินที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ รวมถึงการเร่งรัดการลงทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และการส่งเสริมการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว