กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม 2568 อยู่ที่ 0.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 ที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 0.12% โดยสาเหตุหลักมาจากราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานและอาหารสดที่ปรับตัวลดลง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมอาหารสดและพลังงานอยู่ที่ 0.21%
ปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อต่ำ
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำเป็นผลจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาล เช่น การลดราคาน้ำมันดีเซล และการอุดหนุนค่าไฟฟ้า ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรบางประเภทที่ปรับลดลง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงอ่อนแอ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า เงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมาย (1-3%) สะท้อนให้เห็นว่าการบริโภคภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าคงทนและบริการ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องการมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ขณะที่ภาคการส่งออกยังได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก
แนวโน้มเงินเฟ้อทั้งปี
กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2568 จะอยู่ในกรอบ 0.3-1.3% โดยมีค่ากลางที่ 0.8% ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 1.23% โดยปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา ได้แก่ ราคาพลังงานโลก ความผันผวนของค่าเงินบาท และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต อาจช่วยหนุนกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง
ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ
นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า “เงินเฟ้อที่ต่ำมากเป็นสัญญาณเตือนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับภาวะดีดตัวช้า รัฐบาลควรเร่งอัดฉีดเม็ดเงินผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ” ขณะที่สมาคมธนาคารไทยเสนอให้ธนาคารกลางพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ



