คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งล่าสุด มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยมาแล้วหลายครั้งก่อนหน้านี้ การตัดสินใจดังกล่าวสอดคล้องกับที่ตลาดการเงินส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้
เหตุผลที่คงดอกเบี้ย
นางสาวสุวรรณี มหากิจสิริ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะเลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การส่งออกและภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ร้อยละ 0.23 ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ร้อยละ 1-3 โดยได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานและอาหารสดที่ปรับลดลง คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่าการคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันยังคงเหมาะสมที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ยังคงรักษาเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาว
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
การคงดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 2.50 ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคและการลงทุน อย่างไรก็ตาม กนง. มองว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (real interest rate) ยังคงอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย (accommodative) เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำ
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2567 กนง. คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) จะอยู่ที่ร้อยละ 2.6 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านต่ำ (downside risks) ยังคงมีอยู่จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
มุมมองต่อนโยบายการเงินในอนาคต
กนง. ระบุว่าการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ โดยคณะกรรมการฯ พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนเครื่องมือนโยบายการเงินหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ตลาดการเงินคาดว่ากนง. อาจคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับปัจจุบันไปจนถึงอย่างน้อยกลางปี 2568 ก่อนที่จะเริ่มปรับลดลงตามทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
นายกิตติพงศ์ ศรีสุวรรณ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า "การคงดอกเบี้ยของกนง. เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือสัญญาณเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต หากเศรษฐกิจไทยชะลอตัวมากกว่าที่คาด"



