นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ (Grey Economy) และปัญหาทุนเทา รวมถึงการคอร์รัปชัน ว่า ธปท.ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแลกลายเป็นช่องทางหรือเครื่องมือในการส่งเสริมธุรกิจที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ โดยที่ผ่านมา ธปท.ได้ทยอยออกมาตรการเพื่อตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการควบคุมการใช้เงินสดจำนวนมาก
มาตรการควบคุมเงินสด: ถอนลด 35% เตรียมคุมฝาก
ตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐได้เริ่มใช้มาตรการตรวจสอบความจำเป็น (Customer Due Diligence) สำหรับผู้ที่ถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท โดยต้องระบุเหตุผล ซึ่งมาตรการนี้ส่งผลให้ยอดการเบิกถอนเงินสดขนาดใหญ่ลดลงประมาณ 35%
สำหรับมาตรการฝากและแลกเงิน ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ธปท.เตรียมขยายผลสู่การฝากเงินเกิน 5 ล้านบาท และการแลกเงินสดจำนวนมากเป็นธนบัตรย่อย ซึ่งจะต้องแจ้งที่มาของเงิน โดยมาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นการฟอกเงินและการนำเงินนอกระบบเข้าสู่ระบบการเงิน
ปิดบัญชีพนันออนไลน์กว่า 1,000 บัญชี จับตาคริปโท
ล่าสุด ธปท.ยังได้สั่งการให้ทุกธนาคารเข้มงวดในการตรวจสอบบัญชีม้าและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันจากการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถปิดบัญชีที่เกี่ยวข้องไปแล้วมากกว่า 1,000 บัญชี และต่อจากนี้จะดูเรื่องที่ทุนเทาหันมาใช้ช่องทางเงินดิจิทัล โดย ธปท.กำลังประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อตรวจสอบการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี (โดยเฉพาะ USDT) ที่มีปริมาณสูงผิดปกติ ซึ่งอาจเข้าข่ายการหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลหรือการโอนเงินนอกระบบ
เดินหน้าคุม BNPL ภายในสิ้นปี
ขณะที่ความคืบหน้ามาตรการกำกับดูแลสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later: BNPL) นายวิทัย กล่าวว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยยอมรับว่ามีความซับซ้อนสูง เนื่องจากมีผู้เล่นหลากหลายประเภทและรูปแบบธุรกรรมที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ธปท.ตั้งเป้าที่จะต้องเห็นความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ โดยหลังจากหารือกับธนาคารพาณิชย์แล้ว จะเปิดรับฟังความคิดเห็น (Hearing)
“การกำกับดูแลมีความซับซ้อนทั้งในเรื่องธุรกรรมและวิธีการ เช่น สมมติว่าจะกำหนดวงเงินการปล่อยกู้ขั้นต่ำ ต้องเกิน 200 บาทขึ้นไป จึงจะใช้ Buy Now Pay Later ได้ มันก็จะกลายเป็นว่าคนที่ซื้อไม่ถึง 200 บาท จะถูกส่งเสริมให้ซื้อเกิน 200 บาทเพื่อจะผ่อน ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของ ธปท.ในเรื่อง BNPL ไม่ใช่ต้องการควบคุมผู้ประกอบการ แต่คือการมุ่งเน้นไปที่วินัยการใช้เงิน เนื่องจากปัจจุบันปริมาณการใช้ BNPL เติบโตเร็วมาก และมีการใช้งานในกลุ่มเด็กและเยาวชนมากเกินความจำเป็น” นายวิทัย กล่าว



