ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมายืนยันว่าการอ่อนค่าของเงินหยวนจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ แม้มีความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่งและมีพื้นฐานที่ดี พร้อมรับมือกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก
ผลกระทบจากเงินหยวนอ่อนค่า
นายวิรไทกล่าวว่า การอ่อนค่าของเงินหยวนเป็นไปตามกลไกตลาด และไม่ได้เกิดจากการแทรกแซงของทางการจีน ซึ่งธปท. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมชี้ว่าเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจำกัด เนื่องจากไทยมีการส่งออกไปจีนในสัดส่วนที่ไม่สูงมาก และภาคการท่องเที่ยวไทยยังคงขยายตัวได้ดี
อย่างไรก็ตาม ธปท.ยอมรับว่าสงครามการค้าอาจส่งผลกระทบทางอ้อมผ่านห่วงโซ่อุปทานโลก แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ โดยเฉพาะการกระจายตลาดส่งออกและเพิ่มมูลค่าสินค้า
เศรษฐกิจไทยยังคงแกร่ง
ธปท. คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ร้อยละ 3.8 โดยมีปัจจัยหนุนจากการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนภาครัฐ และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง นายวิรไทกล่าวว่า "เศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และเรามีเครื่องมือเพียงพอในการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ"
นอกจากนี้ ธปท. ยังคงดูแลค่าเงินบาทให้สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และไม่ให้ผันผวนเกินไป ซึ่งจะช่วยสนับสนุนภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว
แนวโน้มค่าเงินบาท
นายวิรไทกล่าวว่า ค่าเงินบาทในระยะต่อไปจะเคลื่อนไหวตามปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และสถานการณ์สงครามการค้า ธปท. จะติดตามอย่างใกล้ชิดและพร้อมใช้มาตรการที่เหมาะสมหากจำเป็น
สำหรับนักลงทุน ธปท. แนะนำให้บริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรที่อาจสร้างความเสียหาย
ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐและเอกชน
ธปท. เสนอให้ภาครัฐเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และให้ภาคเอกชนปรับตัวโดยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
นายวิรไทกล่าวทิ้งท้ายว่า "เรามั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะผ่านพ้นความท้าทายนี้ไปได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน"



