กนง.คงดอกเบี้ยที่ 2.25% เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
กนง.คงดอกเบี้ย 2.25% หนุนเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งที่ 4 ของปี 2569 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ต่อปี โดยระบุว่าเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากกำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอและภาคการผลิตที่ชะลอตัว

เหตุผลที่ กนง. คงดอกเบี้ย

นางสาวสุวรรณี คำมีสุข เลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.8% ชะลอลงจากปีก่อนที่ 3.2% โดยได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่หดตัวและกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวช้า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลาง นอกจากนี้ ภาคการผลิตยังคงเผชิญกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงและการแข่งขันจากสินค้านำเข้า

การคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยไม่กดดันต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและครัวเรือนมากเกินไป ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ที่ 1.5% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1-3%

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การส่งออกและภาคการผลิตยังอ่อนแอ

กนง. ประเมินว่าการส่งออกของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.2% ชะลอลงจากปีก่อนที่ 3.5% เนื่องจากความต้องการในตลาดโลกที่อ่อนแอ โดยเฉพาะจีนและยุโรป ขณะที่ภาคการผลิตยังคงหดตัวต่อเนื่อง โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ในไตรมาสแรกของปี 2569 หดตัว 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นางสาวสุวรรณีกล่าวว่า "ภาคการผลิตไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนพลังงานที่สูงและการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูก โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อ SMEs อย่างมีนัยสำคัญ"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การท่องเที่ยวหนุนเศรษฐกิจ

แม้ภาคการผลิตจะอ่อนแอ แต่การท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2569 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 32 ล้านคนในปี 2568 สร้างรายได้ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะจากตลาดจีนและอินเดียที่ฟื้นตัวดี

อย่างไรก็ตาม กนง. มองว่าการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวยังไม่ทั่วถึง โดยกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กในพื้นที่รอง

หนี้ครัวเรือนยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ

กนง. ระบุว่าหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 89.4% ของ GDP ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2568 ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของรายได้และต้นทุนการดำรงชีวิตที่สูงขึ้น

คณะกรรมการฯ ได้หารือถึงความจำเป็นในการดำเนินมาตรการเชิงโครงสร้างเพื่อลดหนี้ครัวเรือนในระยะยาว รวมถึงการส่งเสริมการออมและการปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน

มุมมองต่อนโยบายการเงินในระยะต่อไป

กนง. มองว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในปัจจุบันมีความเหมาะสม และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ โดยเฉพาะหากเงินเฟ้อหรือเศรษฐกิจมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการฯ จะทบทวนประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้ง

นางสาวสุวรรณีกล่าวทิ้งท้ายว่า "คณะกรรมการฯ พร้อมที่จะปรับลดดอกเบี้ยหากเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงกว่าที่คาด แต่ในขณะนี้ การคงดอกเบี้ยไว้ช่วยให้มีพื้นที่สำหรับดำเนินนโยบายในอนาคต"