กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อเนื่อง ส่งสัญญาณผ่อนคลายการเงิน
กนง. คงดอกเบี้ยนโยบาย 2.50% ต่อเนื่อง ส่งสัญญาณผ่อนคลายการเงิน (09.07.2026)

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ในการประชุมวันที่ 10 เมษายน 2567 โดยกรรมการ 6 ใน 7 คนเห็นด้วยกับการคงดอกเบี้ย ขณะที่กรรมการ 1 คนเห็นควรให้ลดดอกเบี้ย 0.25%

เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ

กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ โดยในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัว 2.6% และในปี 2568 ขยายตัว 3.0% ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ 3.2% และ 3.1% ตามลำดับ ปัจจัยหลักมาจากการส่งออกที่ฟื้นตัวช้าและการบริโภคภาครัฐที่หดตัว

ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน

นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะหากเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

“กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันยังสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ แต่หากเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลงมากกว่าที่ประเมิน ก็อาจพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัว” นายปิติกล่าว

เงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย

กนง. คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2567 จะอยู่ที่ 1.0% และในปี 2568 อยู่ที่ 1.3% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1-3% โดยเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 0.6% และ 0.9% ตามลำดับ ปัจจัยกดดันเงินเฟ้อมาจากราคาพลังงานและอาหารสดที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังไม่สร้างแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบาย

ความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนและคุณภาพสินเชื่อ

กนง. ยังคงกังวลเกี่ยวกับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัยและบัตรเครดิต ซึ่งอาจกระทบต่อการบริโภคและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ คุณภาพสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์อาจเสื่อมลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มุมมองของกรรมการที่แตกต่าง

กรรมการ 1 ท่านที่เห็นควรให้ลดดอกเบี้ย 0.25% มองว่าเศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางสูง โดยเฉพาะจากภาคการส่งออกและการลงทุนที่ฟื้นตัวช้า รวมถึงแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่สูง การลดดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระหนี้และกระตุ้นการบริโภค

อย่างไรก็ตาม กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าการคงดอกเบี้ยยังเหมาะสม เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีแรงส่งจากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภาคเอกชน ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมาย

ตลาดการเงินและค่าเงินบาท

กนง. ติดตามความผันผวนของตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่อาจส่งผลต่อค่าเงินบาทและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยค่าเงินบาทมีแนวโน้มผันผวนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

นายปิติกล่าวว่า กนง. พร้อมใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อดูแลเสถียรภาพของตลาดการเงินและค่าเงินบาท หากมีความผันผวนรุนแรง

แนวโน้มดอกเบี้ยในอนาคต

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า กนง. อาจเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 หากเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากความเสี่ยงด้านการส่งออกและการบริโภค

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของ กนง. ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เสถียรภาพทางการเงิน และแนวโน้มเงินเฟ้อ