คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อเนื่อง ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยกรรมการเห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวช้ากว่าที่ประเมินไว้เดิม ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบโลก แต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ช้ากว่าคาด
นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า คณะกรรมการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวช้ากว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยเฉพาะการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวช้า ขณะที่การส่งออกสินค้าเริ่มฟื้นตัวแต่ยังไม่เต็มที่ นอกจากนี้ การใช้จ่ายภาครัฐลดลงจากการชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567
เงินเฟ้อทั่วไปเร่งตัวขึ้นจากราคาพลังงาน
ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2567 ปรับตัวสูงขึ้นที่ 1.54% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบโลก อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงทรงตัว สะท้อนอุปสงค์ในประเทศที่ยังไม่แข็งแรง กนง. คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1-3% ตลอดทั้งปีนี้
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา
คณะกรรมการกนง. ระบุถึงปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลก นโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และจีน รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการคลังของไทยหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
มุมมองต่อการดำเนินนโยบายการเงิน
กนง. มองว่านโยบายการเงินในปัจจุบันยังเหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคา ในขณะที่ต้องคำนึงถึงความยืดหยุ่นของระบบการเงิน โดยกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าควรคงดอกเบี้ยไว้เพื่อรอประเมินผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
การปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ
ในการประชุมครั้งนี้ กนง. ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2567 ลงเหลือ 2.6% จากเดิม 2.7% ในการประชุมครั้งก่อน สาเหตุหลักมาจากการบริโภคและการลงทุนที่ฟื้นตัวช้า รวมถึงการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่ประมาณการ GDP ปี 2568 ถูกปรับเพิ่มเล็กน้อยเป็น 3.0% จาก 2.9% ตามแนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ
เสถียรภาพระบบการเงิน
คณะกรรมการกนง. ประเมินว่าเสถียรภาพระบบการเงินโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังต้องติดตามหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงคุณภาพสินเชื่อของธุรกิจ SMEs ที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการปรับตัวของตลาดการเงินโลกที่ผันผวนจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)



