นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 33.36-33.48 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา
ปัจจัยหนุนเงินบาทแข็งค่า
การแข็งค่าของเงินบาทได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง หลังจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างที่ตลาดกังวล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลงจากโซน 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สู่โซน 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดยังมีความคาดหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน บรรยากาศในตลาดการเงินกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ส่งผลให้เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ราคาทองคำ (XAUUSD) สามารถรีบาวด์ขึ้นเหนือโซน 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น
ดัชนี Dowjones ปรับตัวขึ้น 0.27% ขณะที่ S&P 500 ปิดตลาด +0.81% และ Nasdaq ปรับตัวขึ้น 1.30% โดยได้แรงหนุนจากหุ้นเทคฯ ใหญ่ อย่าง Meta +4.7% และหุ้นธีม AI/Semiconductor อย่าง AMD +5.7% อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น Exxon Mobil -2.6%
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงสู่ระดับ 4.55% ตามการปรับตัวลงของราคาพลังงานและการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 36% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในปีนี้
แนวโน้มค่าเงินบาทระยะสั้น
นายพูน กล่าวว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างอัตราเงินเฟ้อ และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง
ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
มุมมองกรอบค่าเงินบาท
หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น เงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยมีโซนแนวต้านที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ และโซนแนวรับที่ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์
ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นจนราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นมาก มีโอกาสเห็นราคาน้ำมันดิบกลับสู่โซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือมากกว่า จะทำให้ผู้เล่นในตลาดมั่นใจต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed หนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น กดดันราคาทองคำและเงินบาท โดยเงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้านสำคัญและทดสอบโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.25-33.50 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อฝั่งยุโรป ทั้งของเยอรมนีและฝรั่งเศสในเดือนมิถุนายน เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของยูโรโซนและทิศทางนโยบายการเงินของ ECB รวมถึงรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินอาจพอช่วยหนุนเงินบาทได้บ้าง ผ่านแรงซื้อสินทรัพย์ไทย โดยนักลงทุนต่างชาติอาจทยอยเข้าซื้อหุ้นไทยและบอนด์ไทยเพิ่มเติม แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยจำกัดการแข็งค่าของเงินบาท



