เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 10 (อุตรดิตถ์) ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลลงสู่แม่น้ำน่าน บริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลผักขวง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบคราบน้ำมันลอยเป็นแนวยาวในแม่น้ำ
พบคราบน้ำมันลอยเป็นแนวยาวกว่า 500 เมตร
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบคราบน้ำมันดิบลอยเป็นแนวยาวประมาณ 500 เมตร กินพื้นที่ผิวน้ำประมาณ 2,000 ตารางเมตร โดยมีกลิ่นเหม็นรุนแรงและส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ประเมินว่าปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลอาจมากถึง 10,000 ลิตร
นายสมชาย ใจดี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากรอยรั่วของท่อส่งน้ำมันดิบใต้ดินของ ปตท. ที่พาดผ่านพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอาจเกิดจากการกัดกร่อนของท่อหรือการทรุดตัวของดิน โดย ปตท. ได้ส่งทีมช่างเทคนิคเข้าตรวจสอบและซ่อมแซมรอยรั่วแล้ว
เร่งเก็บกู้และควบคุมสถานการณ์
เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้ง Boom (ทุ่นกั้นน้ำมัน) เพื่อจำกัดวงของคราบน้ำมันไม่ให้แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น พร้อมทั้งใช้เรือเก็บน้ำมัน (Skimmer) และสารทำลายน้ำมัน (Dispersant) ในการเก็บกู้และย่อยสลายคราบน้ำมัน โดยคาดว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน 48 ชั่วโมง
ด้าน นายวีระพงษ์ แสงทอง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจท่อส่งน้ำมัน ปตท. กล่าวว่า "เราขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ รวมถึงเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่โดยเร็วที่สุด"
ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ชาวบ้านในพื้นที่กว่า 50 ครัวเรือนที่ใช้น้ำจากแม่น้ำน่านในการอุปโภคบริโภคได้รับผลกระทบ เบื้องต้นหน่วยงานท้องถิ่นได้แจกจ่ายน้ำสะอาดให้กับผู้ได้รับผลกระทบแล้ว และห้ามใช้น้ำจากแม่น้ำน่านจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
นอกจากนี้ คราบน้ำมันยังส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ เช่น ปลาและกุ้ง ที่อาศัยในแม่น้ำน่าน โดยพบซากปลาตายลอยอยู่ตามริมฝั่ง เจ้าหน้าที่กำลังเก็บตัวอย่างน้ำและสัตว์น้ำเพื่อตรวจสอบหาสารปนเปื้อนและประเมินความเสียหายต่อระบบนิเวศ
การดำเนินการทางกฎหมาย
กรมควบคุมมลพิษได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ ปตท. ในข้อหาทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 1,000,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 5 ปี ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
ทั้งนี้ ปตท. ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งดำเนินการเยียวยา โดยจะรายงานความคืบหน้าให้สาธารณชนทราบทุกวัน



