ดีอีจับมือกูเกิลเปิดเว็บไซต์เตือนภัยไซเบอร์ ประชาชนเช็กเบอร์โทร-ลิงก์ต้องสงสัยได้
ดีอีจับมือกูเกิลเปิดเว็บไซต์เตือนภัยไซเบอร์ เช็กเบอร์โทร-ลิงก์ต้องสงสัย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับกูเกิล ประเทศไทย เปิดตัวเว็บไซต์ "เช็กก่อนแชร์" (Check Before Share) เพื่อเป็นเครื่องมือให้ประชาชนตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์และลิงก์ที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นภัยไซเบอร์ โดยมีฐานข้อมูลภัยคุกคามมากกว่า 300,000 รายการ ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงออนไลน์

เปิดตัวเว็บไซต์เช็กก่อนแชร์ ตรวจสอบเบอร์โทรและลิงก์ต้องสงสัย

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีได้ร่วมมือกับกูเกิลพัฒนาเว็บไซต์ "เช็กก่อนแชร์" (checkbefore-share.com) ซึ่งเป็นระบบตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์และลิงก์ที่อาจเป็นอันตราย โดยประชาชนสามารถป้อนเบอร์โทรศัพท์หรือลิงก์ที่สงสัยลงในเว็บไซต์ เพื่อตรวจสอบว่าอยู่ในฐานข้อมูลภัยคุกคามหรือไม่ ซึ่งจะช่วยป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

นายประเสริฐกล่าวว่า "ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีรูปแบบหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ประชาชนจำนวนมากถูกหลอกให้โอนเงินหรือแชร์ข้อมูลส่วนตัวผ่านลิงก์ปลอม การมีเครื่องมือตรวจสอบเบื้องต้นจะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ฐานข้อมูลภัยคุกคามกว่า 300,000 รายการ อัปเดตตลอดเวลา

เว็บไซต์ "เช็กก่อนแชร์" มีฐานข้อมูลภัยคุกคามที่รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ทั้งจากศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT) และข้อมูลจากกูเกิล โดยมีรายการเบอร์โทรศัพท์และลิงก์ต้องสงสัยมากกว่า 300,000 รายการ ซึ่งจะถูกอัปเดตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายแจ็กเกอลีน หวัง ผู้จัดการฝ่ายนโยบายสาธารณะของกูเกิล ประเทศไทย กล่าวว่า "กูเกิลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นอย่างยิ่ง เรายินดีที่ได้ร่วมมือกับกระทรวงดีอีในการนำเสนอเครื่องมือนี้ให้กับประชาชนไทย เพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจสอบและป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์ได้ง่ายขึ้น"

วิธีการใช้งานและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ

ประชาชนสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ checkbefore-share.com จากนั้นป้อนเบอร์โทรศัพท์หรือลิงก์ที่ต้องการตรวจสอบในช่องค้นหา ระบบจะทำการตรวจสอบกับฐานข้อมูลและแสดงผลทันทีว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ หากพบว่าเป็นเบอร์หรือลิงก์ที่ถูกแจ้งว่าเป็นภัยคุกคาม ระบบจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ระมัดระวัง

นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังมีคำแนะนำในการป้องกันภัยไซเบอร์ เช่น การไม่คลิกลิงก์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ การไม่แชร์ข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์ และการแจ้งเบาะแสเมื่อพบเบอร์โทรหรือลิงก์ต้องสงสัย ซึ่งจะช่วยให้ฐานข้อมูลมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

สถิติภัยไซเบอร์ในประเทศไทยยังน่าเป็นห่วง

ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ในปี 2566 มีคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมากกว่า 200,000 คดี สร้างความเสียหายรวมกว่า 30,000 ล้านบาท โดยรูปแบบที่พบบ่อยคือ การหลอกลวงให้โอนเงินผ่านโทรศัพท์ (call center scam) และการแฮ็กบัญชีโซเชียลมีเดียเพื่อหลอกลวงเพื่อนหรือญาติ

นายประเสริฐกล่าวเพิ่มเติมว่า "การเปิดตัวเว็บไซต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของรัฐบาล เราหวังว่าประชาชนจะใช้เครื่องมือนี้เป็นประจำก่อนแชร์ข้อมูลใดๆ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น"