นักวิเคราะห์หลักทรัพย์เผย 5 กลุ่มหุ้นเด่นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ในสมัยที่ 2 โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน เกษตรกรรม และส่งออก ที่มีแนวโน้มเติบโตตามทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัว
กลุ่มพลังงาน: รับอานิสงส์นโยบายสนับสนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล
นโยบายของทรัมป์ที่เน้นการสนับสนุนอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล คาดว่าจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมถึงโรงกลั่นน้ำมัน เนื่องจากสหรัฐฯ อาจเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากไทยมากขึ้น
กลุ่มเกษตร: โอกาสส่งออกสินค้าเกษตรสู่ตลาดสหรัฐ
นโยบายการค้าที่เป็นมิตรต่อการส่งออกของทรัมป์ คาดว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรไทย เช่น ข้าว ยางพารา และมันสำปะหลัง ไปยังสหรัฐฯ โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า กลุ่มบริษัทผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรมีแนวโน้มได้รับประโยชน์โดยตรง
กลุ่มส่งออก: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนกำลังซื้อ
การลดภาษีและการกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์ จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มส่งออกของไทย โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และชิ้นส่วน
กลุ่มแบงก์: ดอกเบี้ยขาขึ้นหนุนรายได้
นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของสหรัฐฯ อาจทำให้ธนาคารกลางไทยปรับขึ้นดอกเบี้ยตาม ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร เนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) จะเพิ่มขึ้น
กลุ่มท่องเที่ยว: การเปิดประเทศหนุนนักท่องเที่ยวสหรัฐ
นโยบายทรัมป์ที่เน้นการเปิดประเทศและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ คาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ เดินทางมาไทย โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรม สายการบิน และธุรกิจท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง
นายกิตติพงศ์ สุขสบาย นักวิเคราะห์จาก บล. เอเซีย พลัส กล่าวว่า "นโยบายของทรัมป์ 2.0 จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นไทยหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาการส่งออกและพลังงาน แต่นักลงทุนต้องติดตามความเสี่ยงจากสงครามการค้าที่อาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง"
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนถึงความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าที่อาจกระทบต่อหุ้นบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากจีน



