พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดตัวโครงการ 'เอ็กซ์ไทยแลนด์' (X Thailand) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 โดยมีเป้าหมายดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศรวม 5 ล้านล้านบาท ภายในระยะเวลา 4 ปี หวังพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
รายละเอียดโครงการเอ็กซ์ไทยแลนด์
โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมอนาคต ได้แก่ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ อุตสาหกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ อุตสาหกรรมการแพทย์และชีววิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ โดยตั้งเป้าสร้างงานคุณภาพสูงถึง 2 ล้านตำแหน่ง และเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยขึ้นร้อยละ 5-7 ต่อปี
พิธากล่าวว่า 'เอ็กซ์ไทยแลนด์จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทยจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง เราจะไม่เพียงแค่ดึงเงินลงทุน แต่จะสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของคนไทยด้วย'
กลยุทธ์การดึงดูดการลงทุน
แผนงานของเอ็กซ์ไทยแลนด์ประกอบด้วย 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการลงทุนใน 5 จังหวัดยุทธศาสตร์ การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นและโปร่งใส และการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนขนาด 2 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีศักยภาพ
นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างศูนย์บ่มเพาะเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยชั้นนำ 10 แห่งทั่วประเทศ เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยคาดว่าจะมีนักศึกษาและผู้เข้ารับการอบรมมากกว่า 1 แสนคนต่อปี
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์มองว่า โครงการเอ็กซ์ไทยแลนด์มีความทะเยอทะยาน แต่สามารถเป็นจริงได้หากมีการบริหารจัดการที่ดี ดร.สมศักดิ์ ศรีบริบูรณ์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า 'การตั้งเป้า 5 ล้านล้านบาทใน 4 ปีเป็นตัวเลขที่สูง แต่ไม่เกินจริง หากไทยสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติได้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ EV ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง'
อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและน้ำที่ต้องรองรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม รวมถึงความชัดเจนของนโยบายด้านภาษีและสิทธิประโยชน์ พิธาระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องออกพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ภายใน 6 เดือน เพื่อรองรับโครงการดังกล่าว
ปฏิกิริยาจากภาคธุรกิจ
สมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ออกแถลงการณ์สนับสนุนแนวคิดของเอ็กซ์ไทยแลนด์ แต่ขอให้มีการหารือกับทุกภาคส่วนอย่างรอบคอบ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า 'เรายินดีกับโครงการที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคต แต่ต้องมั่นใจว่าผลประโยชน์จะกระจายถึงผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานไทยอย่างทั่วถึง'
ขณะที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เสนอให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการทุกไตรมาส พร้อมเน้นย้ำว่าการพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เอ็กซ์ไทยแลนด์ประสบความสำเร็จในระยะยาว



