การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) อนุมัติแผนลงทุน 47,000 ล้านบาท เพื่อขยายนิคมอุตสาหกรรม 6 แห่งทั่วประเทศ รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ให้ กนอ. เพิ่มขึ้นปีละ 8,000 ล้านบาท
แผนลงทุน 4.7 หมื่นล้าน ขยายนิคม 6 แห่ง
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ กนอ. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กนอ. มีมติอนุมัติแผนลงทุนระยะ 5 ปี (2567-2571) มูลค่า 47,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและขยายนิคมอุตสาหกรรม 6 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางปู นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร นิคมอุตสาหกรรมลำพูน และนิคมอุตสาหกรรมขอนแก่น โดยจะเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย
รองรับอุตสาหกรรม EV และ Data Center
การลงทุนครั้งนี้มุ่งเน้นการรองรับอุตสาหกรรม EV ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค รวมถึง Data Center ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคที่มีเสถียรภาพสูง นายวีริศกล่าวว่า "กนอ. พร้อมสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรม EV และ Data Center อย่างเต็มที่ โดยจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และระบบบำบัดน้ำเสีย ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด"
คาดสร้างรายได้ 8,000 ล้านบาทต่อปี
แผนลงทุนนี้คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ กนอ. เพิ่มขึ้นประมาณ 8,000 ล้านบาทต่อปี จากการขายและเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงค่าบริการสาธารณูปโภค นอกจากนี้ยังจะช่วยสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรม
กนอ. ปรับกลยุทธ์รับการลงทุนใหม่
นายวีริศระบุว่า กนอ. กำลังปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับแนวโน้มการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งต้องการพื้นที่และสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐานสากล การขยายนิคมอุตสาหกรรมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกา
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
การลงทุนของ กนอ. ครั้งนี้คาดว่าจะมีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยจะช่วยสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมหลายหมื่นตำแหน่ง รวมถึงกระตุ้นการลงทุนในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การก่อสร้าง การขนส่ง และการบริการ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและดิจิทัลของประเทศผ่านการรองรับ Data Center ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล



