กรมขนส่งฯ เปิดลงทะเบียนเยียวยาน้ำมันวันแรก ปัญหาแอปฯ ThaiD ล่ม เอกชนวิจารณ์เงื่อนไขยาก-เงินไม่พอ
เปิดลงทะเบียนเยียวยาน้ำมันวันแรก ปัญหาแอปฯ ThaiD ล่ม (17.04.2026)

กรมขนส่งฯ เปิดลงทะเบียนเยียวยาน้ำมันวันแรก ปัญหาแอปฯ ThaiD ล่ม เอกชนวิจารณ์เงื่อนไขยาก-เงินไม่พอ

ในสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานโลกและต้นทุนการขนส่งในประเทศไทย รัฐบาลได้ประกาศมาตรการฉุกเฉินอนุมัติงบประมาณเยียวยากว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุกขนส่งสินค้าไม่ประจำทาง และกลุ่มรถรับจ้าง หรือกลุ่มรถป้ายทะเบียนรถพื้นสีเหลือง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพยุงค่าบริการขนส่งและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบลูกโซ่ไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

ปัญหาแอปพลิเคชัน ThaiD ขัดข้องหนักในวันแรก

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นวันแรกของการเปิดลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD พบว่าระบบมีปัญหาความเสถียรอย่างหนัก เนื่องจากมีผู้เข้าใช้งานพร้อมกันเป็นจำนวนมาก ทั้งกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง แท็กซี่ รถตู้ และรถมินิบัส ส่งผลให้เกิดความยุ่งยากในการกรอกข้อมูลและสร้างความสับสนให้กับผู้สมัคร หลายรายจึงตัดสินใจเดินทางมายังกรมการขนส่งทางบกเพื่อให้เจ้าหนน้าที่ดำเนินการให้โดยตรง

กลุ่มผู้ให้บริการรถแท็กซี่ระบุว่า ปัจจุบันส่วนต่างของราคาน้ำมันและรายได้ไม่สอดคล้องกันอย่างรุนแรง แม้เงินเยียวยาจะไม่ได้ครอบคลุมต้นทุนทั้งหมด แต่ก็ถือว่าช่วยบรรเทาภาระหนี้สินได้บ้าง ขณะที่กลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างให้ข้อมูลที่น่าตกใจว่า ต้นทุนน้ำมันขยับจากสัปดาห์ละ 600 บาท เป็น 1,200 บาท หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 100 การได้รับเงินช่วยเหลือเหมาจ่ายเพียง 840 บาทต่อคัน จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เพียงพอต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เงื่อนไขการรับสิทธิ์ที่ยากและไม่ครอบคลุม

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาในกลุ่มรถที่อยู่นอกเหนือเกณฑ์เบื้องต้น เช่น รถจักรยานยนต์รับจ้างไฟฟ้า และรถแท็กซี่ 2 ระบบ (น้ำมันและ NGV) ซึ่งไม่สามารถลงทะเบียนได้ตามหลักเกณฑ์ที่เน้นเฉพาะรถที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบกได้เปิดให้กลุ่มนี้ลงชื่อสำรองไว้เพื่อพิจารณาความช่วยเหลือในระยะที่ 2 ต่อไป

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้เน้นย้ำกำหนดการลงทะเบียนตั้งแต่ 16-19 เมษายน 2569 โดยผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องเริ่มปฏิบัติงานเดินรถตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 ไปจนถึงสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 และจะโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน โดยแบ่งสัดส่วนการช่วยเหลือดังนี้:

  • กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ รถตู้-มินิบัส และรถประจำทางใน กทม. รับเงินช่วยเหลือไม่เกิน 5,040 บาทต่อคัน สำหรับรถตู้ระหว่างจังหวัดรับเงินช่วยเหลือไม่เกิน 700 บาทต่อวันต่อคัน
  • กลุ่มรถบรรทุกสินค้าไม่ประจำทาง ขนาด 10 ล้อขึ้นไปที่ติดตั้ง GPS รับ 6,000 บาทต่อคัน ส่วนรถบรรทุกต่ำกว่า 10 ล้อที่ไม่มี GPS รับ 3,000 บาทต่อคัน
  • กลุ่มรถรับจ้างรายย่อย รถแท็กซี่รับเงินเหมาจ่าย 5,040 บาท และรถจักรยานยนต์สาธารณะรับเงินเหมาจ่าย 840 บาทต่อคัน

ภาคเอกชนวิจารณ์มาตรการเยียวยาไม่เพียงพอ

นายวสุเชษฐ์ โสภณเสถียร ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ให้ความเห็นว่ามาตรการนี้อาจไม่ส่งผลให้มีการลดค่าบริการลง เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นถึงลิตรละ 15-20 บาท เงินเยียวยา 5,000 บาท สามารถซื้อน้ำมันได้เพียง 100-110 ลิตร ซึ่งไม่เพียงพอต่อการประกอบการในระยะยาว นอกจากนี้ เงื่อนไขที่กำหนดให้รถต้องวิ่งไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตรในช่วงเวลาที่กำหนด ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่อาจทำให้ผู้ประกอบการหลายรายไม่ได้รับสิทธิ์ตามที่ตั้งเป้าไว้

มาตรการเยียวยานี้เกิดขึ้นในขณะที่วิกฤตราคาพลังงานโลกยังคงส่งผลกระทบต่อภาคขนส่งไทยอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการหลายกลุ่มหวังว่ารัฐบาลจะพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขและเพิ่มวงเงินช่วยเหลือให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงมากยิ่งขึ้นในอนาคต