หนุ่มใหญ่คลั่งใช้มีดจี้คอแฟนสาวอ้างถูกขโมยทอง ชุดสืบสวนเกลี้ยกล่อมเจรจากว่า 2 ชม.
หนุ่มใหญ่คลั่งใช้มีดจี้คอแฟนสาวอ้างถูกขโมยทอง ชุดสืบสวนเกลี้ยกล่อมเจรจากว่า 2 ชม.

เกิดเหตุชวนขนลุก เมื่อชายวัย 51 ปีคลั่งใช้มีดจี้คอแฟนสาววัย 53 ปี ภายในบ้านพักในพื้นที่ตำบลบางกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยอ้างว่าถูกผู้หญิงขโมยทองไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและฝ่ายเจรจาต่อรองต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงในการเกลี้ยกล่อม จนในที่สุดชายคนดังกล่าวยอมมอบตัวและปล่อยตัวผู้เสียหายอย่างปลอดภัย

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2567

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรีได้รับแจ้งเหตุมีชายใช้อาวุธมีดจี้คอหญิงภายในบ้านพักในซอยเรวดี 14 ตำบลบางกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จึงประสานตำรวจชุดสืบสวนและฝ่ายเจรจาต่อรองเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น พบชายวัย 51 ปี กำลังใช้มีดจี้คอหญิงวัย 53 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาว โดยทั้งสองอยู่กันตามลำพังภายในบ้าน ชายคนดังกล่าวมีท่าทางเครียดและคลุ้มคลั่ง พร้อมกับตะโกนโวยวายว่าแฟนสาวขโมยทองของตนไป เจ้าหน้าที่จึงพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมเพื่อลดความตึงเครียด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเจรจาต่อรองได้ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงในการพูดคุยกับชายคนดังกล่าว โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ เช่น การพูดคุยถึงครอบครัวและปัญหาชีวิต รวมถึงการโน้มน้าวให้เห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากไม่ยอมปล่อยตัวผู้เสียหาย

ในระหว่างการเจรจา ชายคนดังกล่าวยังคงมีอาการเครียดและไม่ยอมวางมีด แต่เจ้าหน้าที่ยังคงพูดคุยอย่างใจเย็น จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ชายคนดังกล่าวยอมวางมีดและปล่อยตัวหญิงสาวออกมา โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

สาเหตุจากความหึงหวงและปัญหาสุขภาพจิต

จากการสอบถามเบื้องต้น ชายคนดังกล่าวให้การว่าเกิดความหึงหวงและระแวงว่าแฟนสาวขโมยทองของตนไป ประกอบกับมีปัญหาสุขภาพจิตและดื่มสุรามาก่อนเกิดเหตุ จึงทำให้ขาดสติก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี พร้อมแจ้งข้อหา "พยายามฆ่า" และ "หน่วงเหนี่ยวกักขัง" ก่อนนำตัวส่งฝ่ายสืบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เนื่องจากเป็นชุมชนที่เงียบสงบไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงมาก่อน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต่างโล่งใจที่เหตุการณ์คลี่คลายลงได้โดยไม่มีผู้บาดเจ็บ