สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณามาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากเม็กซิโกในอัตราสูงถึง 200% เพื่อตอบโต้การที่จีนใช้เม็กซิโกเป็นทางผ่านในการส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ โดยหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าที่สูงอยู่แล้ว
สาเหตุของมาตรการภาษี 200%
แหล่งข่าวจากทำเนียบขาวเปิดเผยว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้จีนใช้เม็กซิโกเป็นฐานในการผลิตและส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้จีนสามารถเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์จากจีนที่ปัจจุบันอยู่ที่ 27.5% ได้
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังกังวลว่าหากไม่ดำเนินมาตรการดังกล่าว จีนจะสามารถส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ ผ่านเม็กซิโกได้มากขึ้น ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ และการจ้างงานในประเทศ
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
หากมาตรการนี้มีผลบังคับใช้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่ตั้งฐานการผลิตในเม็กซิโก เช่น General Motors, Ford และ Stellantis ซึ่งใช้เม็กซิโกเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่ามาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะรถยนต์ที่ผลิตโดยบริษัทจีนในเม็กซิโก หรือรวมถึงรถยนต์ที่ผลิตโดยบริษัทอเมริกันและญี่ปุ่นในเม็กซิโกด้วย
ปฏิกิริยาจากเม็กซิโกและจีน
รัฐบาลเม็กซิโกแสดงความกังวลต่อมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่าอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ ขณะที่จีนยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ
ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศมองว่า มาตรการนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่จีนกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
แนวโน้มในอนาคต
คาดว่าสหรัฐฯ จะประกาศมาตรการอย่างเป็นทางการภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และอาจมีการเจรจากับเม็กซิโกเพื่อหาทางออกก่อนที่จะมีผลบังคับใช้
นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการนี้จริง อาจนำไปสู่การตอบโต้ทางการค้าจากเม็กซิโกและจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ทั่วโลก



