สหรัฐอเมริกาประกาศเลื่อนการจัดเก็บภาษีนำเข้า 25% จากแคนาดาและเม็กซิโกออกไปเป็นวันที่ 2 เมษายน 2568 ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากก่อนหน้านี้มีกำหนดเริ่มเก็บในวันที่ 4 มีนาคม 2568 การเลื่อนครั้งนี้มีขึ้นหลังจากทั้งสองประเทศเร่งดำเนินการตามข้อตกลงด้านความมั่นคงชายแดนกับสหรัฐฯ
รายละเอียดการเลื่อนภาษี
ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม 2568 ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเลื่อนการบังคับใช้ภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกออกไปอีก 1 เดือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2568 เป็นวันที่ 2 เมษายน 2568 การตัดสินใจนี้มีขึ้นหลังจากที่ทั้งสองประเทศได้แสดงความคืบหน้าในการปราบปรามการลักลอบนำเข้าเฟนทานิลและการย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมาย
เหตุผลเบื้องหลังการเลื่อน
มาตรการภาษีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของทรัมป์ที่ต้องการกดดันประเทศเพื่อนบ้านให้ร่วมมือแก้ไขปัญหาชายแดน โดยเฉพาะการหยุดยั้งการไหลของยาเสพติดและผู้อพยพผิดกฎหมายเข้าสู่สหรัฐฯ การเลื่อนครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทั้งแคนาดาและเม็กซิโกได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ในระดับที่น่าพอใจ
ปฏิกิริยาจากแคนาดาและเม็กซิโก
นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดาและประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาวม์ของเม็กซิโกต่างให้การต้อนรับการเลื่อนภาษี โดยระบุว่าทั้งสองประเทศจะยังคงทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงชายแดนและส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรม
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
การเลื่อนภาษีครั้งนี้ช่วยลดความไม่แน่นอนในห่วงโซ่อุปทานของอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และสินค้าเกษตรที่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากแคนาดาและเม็กซิโก นักวิเคราะห์คาดว่าการเลื่อนนี้จะช่วยให้ธุรกิจมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงถาวรได้



