ทรัมป์ท้าชนภาษีตอบโต้สินค้าบีอาร์ไอ หวั่นสงครามการค้าระลอกใหม่
ทรัมป์ท้าชนภาษีตอบโต้สินค้าบีอาร์ไอ หวั่นสงครามการค้า

โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ประกาศนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศกลุ่มบีอาร์ไอ (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) ในอัตรา 100% หากชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยระบุว่าต้องการตอบโต้ที่ประเทศเหล่านี้ดำเนินนโยบายค่าเงินอ่อนค่าเพื่อส่งออกสินค้า

รายละเอียดนโยบายภาษีตอบโต้

ทรัมป์กล่าวในระหว่างการหาเสียงที่เมืองวิลมิงตัน รัฐนอร์ทแคโรไลนา ว่าเขาจะกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศที่ทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลงเพื่อเอาเปรียบทางการค้า โดยเฉพาะกลุ่มบีอาร์ไอ ซึ่งรวมถึงจีนที่เขากล่าวหาว่าทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงอย่างเป็นระบบ นักวิเคราะห์ชี้ว่ามาตรการนี้อาจจุดชนวนสงครามการค้าระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าสมัยที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่ง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

นโยบายดังกล่าวอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสินค้านำเข้าจากกลุ่มบีอาร์ไอมีราคาถูกและครอบคลุมหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าอุตสาหกรรมไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ยังอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกหยุดชะงัก โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่พึ่งพาชิ้นส่วนจากจีนและอินเดีย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ไทยเสี่ยงได้รับผลกระทบทางอ้อม

แม้ไทยจะไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายโดยตรง แต่ในฐานะประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับทั้งสหรัฐฯ และจีน ไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่งของไทย รวมถึงการโยกย้ายฐานการผลิตของบริษัทข้ามชาติที่อาจชะลอหรือเปลี่ยนแผนจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากประเทศคู่ค้า

จีนออกมาประณามนโยบายของทรัมป์ทันที โดยโฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า "จีนไม่เคยใช้นโยบายค่าเงินเพื่อการส่งออก และพร้อมจะตอบโต้หากสหรัฐฯ ใช้มาตรการที่ไม่เป็นธรรม" ขณะที่อินเดียและบราซิลยังไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าทั้งสองประเทศกำลังเตรียมมาตรการรับมือ

มุมมองของนักวิเคราะห์

นักวิเคราะห์จากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุว่า การใช้ภาษีเป็นเครื่องมือกดดันให้ประเทศอื่นปรับค่าเงินอาจไม่ได้ผลในระยะยาว และอาจนำไปสู่การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลก นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่ประเทศอื่นจะตอบโต้ด้วยมาตรการกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น

สถานการณ์การเลือกตั้งสหรัฐฯ

ทรัมป์ยังคงเป็นตัวเต็งในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน แม้จะเผชิญคดีความหลายคดี โพลล์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่าทรัมป์มีคะแนนนิยมเหนือประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในหลายรัฐ swing state โดยเฉพาะในประเด็นเศรษฐกิจที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกังวลมากที่สุด