เปิด 10 อันดับค่าแรงขั้นต่ำสูงสุดทั่วโลก ไทยรั้งท้ายอาเซียน
เปิด 10 อันดับค่าแรงขั้นต่ำสูงสุดทั่วโลก ไทยรั้งท้ายอาเซียน

ออสเตรเลียครองตำแหน่งประเทศที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 1,759 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 63,000 บาท ตามข้อมูลจาก CEIC Data และ Trading Economics ขณะที่ไทยมีค่าแรงขั้นต่ำเพียง 9,000 บาทต่อเดือน ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน

10 อันดับค่าแรงขั้นต่ำสูงสุดของโลก

อันดับ 1 ออสเตรเลีย 1,759 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน อันดับ 2 ลักเซมเบิร์ก 1,667 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 3 นิวซีแลนด์ 1,547 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 4 โมนาโก 1,437 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 5 เนเธอร์แลนด์ 1,256 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 6 ไอร์แลนด์ 1,221 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 7 เบลเยียม 1,207 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 8 เยอรมนี 1,194 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 9 ฝรั่งเศส 1,187 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 10 สหราชอาณาจักร 1,117 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าแรงขั้นต่ำในอาเซียน

ในภูมิภาคอาเซียน ประเทศที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงสุดคือ สิงคโปร์ 1,397 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (แม้ไม่มีกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำ แต่มีรายได้ขั้นต่ำตามนโยบาย) รองลงมา บรูไน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ มาเลเซีย 745 ดอลลาร์สหรัฐ อินโดนีเซีย 287 ดอลลาร์สหรัฐ ฟิลิปปินส์ 230 ดอลลาร์สหรัฐ เวียดนาม 181 ดอลลาร์สหรัฐ ลาว 130 ดอลลาร์สหรัฐ กัมพูชา 125 ดอลลาร์สหรัฐ เมียนมา 93 ดอลลาร์สหรัฐ และไทย 9,000 บาท หรือประมาณ 250 ดอลลาร์สหรัฐ ตามอัตราแลกเปลี่ยนล่าสุด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขค่าแรงขั้นต่ำของไทยที่ 9,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นประมาณ 250 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าเมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม แต่เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ซึ่งสูงกว่าไทยถึง 5.6 เท่า และมาเลเซียสูงกว่าเกือบ 3 เท่า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ค่าครองชีพและความสามารถในการแข่งขัน

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า "ค่าแรงขั้นต่ำที่ต่ำสะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังพึ่งพาแรงงานทักษะต่ำ และอาจเป็นอุปสรรคต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยในระยะยาว" ขณะที่สมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยชี้ว่าการปรับค่าแรงต้องสมดุลกับผลิตภาพแรงงานและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

ค่าแรงขั้นต่ำที่ต่ำอาจเป็นปัจจัยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น แต่ในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดปัญหาการย้ายถิ่นฐานของแรงงานไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าแรงสูงกว่า และลดกำลังซื้อภายในประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย