รัฐบาลไทยกำลังเดินหน้าเต็มที่ในการผลักดันให้กัญชากลายเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ หลังจากที่ได้ผ่านกฎหมายควบคุมการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์และสุขภาพ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล
รายละเอียดแผนการผลักดันกัญชา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนที่จะปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 เพื่อให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ โดยจะมีการออกกฎหมายลูกเพื่อควบคุมการใช้กัญชาอย่างเหมาะสม
“เราต้องการให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประชาชนและประเทศชาติ โดยเฉพาะในภาคการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร” นายอนุทินกล่าว
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คาดว่าการปลดล็อกกัญชาจะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการแพทย์ เครื่องสำอาง และอาหารเสริม นอกจากนี้ยังจะช่วยสร้างงานและรายได้ให้กับเกษตรกรในชนบท
“กัญชามีศักยภาพสูงในการเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของไทย เราคาดว่าจะมีผู้ประกอบการและเกษตรกรเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 1 แสนรายในระยะ 5 ปี” นายอนุทินกล่าวเสริม
ข้อกังวลและการควบคุม
แม้ว่าการปลดล็อกกัญชาจะมีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน รัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรการควบคุมที่เข้มงวด เช่น การห้ามจำหน่ายให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และการจำกัดปริมาณการครอบครอง
“เราจะไม่ปล่อยให้กัญชากลายเป็นสิ่งเสพติดที่ส่งผลเสียต่อสังคม เรามีกฎหมายและมาตรการควบคุมที่รัดกุมเพื่อให้การใช้กัญชาเป็นไปอย่างปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุด” นายอนุทินย้ำ
แนวโน้มในอนาคต
หลายฝ่ายมองว่าการปลดล็อกกัญชาครั้งนี้จะเป็นการปฏิวัติวงการแพทย์และเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะในด้านการรักษาโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง โรคลมชัก และโรคซึมเศร้า ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องการเข้าถึงการรักษาด้วยน้ำมันกัญชาทางการแพทย์
นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่ไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกัญชาในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน



