ส่งออกไทยเม.ย.67 หดตัว 8.5% สวนทางตลาดคาด ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น
ส่งออกไทยเม.ย.67 หดตัว 8.5% สวนทางตลาดคาด ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น

กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนเมษายน 2567 ว่ามีมูลค่า 22,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 8.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.5-1.0% โดยสาเหตุหลักมาจากฐานการส่งออกที่สูงในเดือนเมษายน 2566 ซึ่งมีการส่งออกถึง 24,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และจีน

สินค้าส่งออกหลักหดตัวเกือบทุกกลุ่ม

สินค้าส่งออกสำคัญของไทยในเดือนเมษายน 2567 หดตัวในหลายหมวด โดยสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 10.2% สินค้าอุตสาหกรรมลดลง 8.1% ขณะที่สินค้าแร่และเชื้อเพลิงลดลง 15.3% สำหรับสินค้าที่หดตัวมากที่สุด ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ ลดลง 12.5% เครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง 11.8% และผลิตภัณฑ์ยางลดลง 9.5% อย่างไรก็ตาม สินค้าบางรายการยังขยายตัว เช่น อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปเพิ่มขึ้น 4.2% และเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้น 2.1%

ตลาดส่งออกสำคัญหดตัวยกเว้นCLMV

ตลาดส่งออกสำคัญของไทยในเดือนเมษายน 2567 ส่วนใหญ่หดตัว โดยตลาดสหรัฐฯ ลดลง 6.5% สหภาพยุโรปลดลง 9.8% จีนลดลง 12.3% และญี่ปุ่นลดลง 7.2% ขณะที่ตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ยังขยายตัวได้ 2.8% เนื่องจากการค้าชายแดนที่ฟื้นตัวตามการเปิดประเทศของเพื่อนบ้าน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นำเข้าลดลงส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลลดลง

ด้านการนำเข้าในเดือนเมษายน 2567 มีมูลค่า 22,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 5.6% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดดุล 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้านำเข้าที่ลดลงสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดิบลดลง 8.5% เครื่องจักรและอุปกรณ์ลดลง 6.2% และเคมีภัณฑ์ลดลง 4.5%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กระทรวงพาณิชย์คาดครึ่งปีหลังฟื้นตัว

นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกที่หดตัวในเดือนเมษายนเป็นไปตามที่กระทรวงฯ คาดการณ์ไว้ โดยมองว่าตัวเลขการส่งออกในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องจากฐานสูง แต่คาดว่าครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นตัวจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ เช่น การปรับตัวลดลงของอัตราดอกเบี้ยโลก ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นตามวัฏจักร และการส่งออกสินค้าเกษตรที่คาดว่าจะดีขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อ่อนกำลังลง

กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายการส่งออกทั้งปี 2567 ไว้ที่ขยายตัว 1-2% โดยมีมูลค่าประมาณ 290,000-293,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง รวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าที่อาจเพิ่มขึ้นจากประเทศคู่ค้าสำคัญ

ภาคเอกชนชี้ต้องเร่งปรับตัวรับความท้าทาย

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตัวเลขส่งออกที่หดตัวสะท้อนความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่พึ่งพาตลาดต่างประเทศสูง จึงต้องเร่งปรับตัวด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และหาตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลางและแอฟริกา ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเร่งผลักดันการเจรจาการค้าเสรีกับประเทศพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อขยายโอกาสทางการค้า

สำหรับแนวโน้มการส่งออกในระยะต่อไป กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น การจัดหาช่องทางการค้าออนไลน์ การเชื่อมโยงผู้ซื้อผู้ขาย และการให้ข้อมูลข่าวสารด้านการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างทันท่วงที