มินีแบ ทุ่ม 2.6 พันล้านบาท สร้างโรงงานลพบุรี ป้อนชิ้นส่วน Airbus-Boeing
บีโอไอ เปิดเผยว่า บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมระดับโลกในเครือมินีแบมิตซูมิจากญี่ปุ่น ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่า 2,600 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดลพบุรี สำหรับผลิตชิ้นส่วนอากาศยานความแม่นยำสูงส่งออกให้กับ Airbus และ Boeing ตอกย้ำศักยภาพไทยในการเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานของภูมิภาค ท่ามกลางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินโลก
รายละเอียดโครงการ
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอเพื่อผลิตชิ้นส่วนอากาศยานความแม่นยำสูง ครอบคลุมชิ้นส่วนระบบขับเคลื่อนการบิน เช่น Ball, Race Bush และ Spherical Bearing รวมถึงชิ้นส่วนโครงสร้างเครื่องบินและการยึดประกอบ เช่น Bolt, Sleeve และ Fitting มูลค่าเงินลงทุน 2,600 ล้านบาท โดยอาคารโรงงานแห่งใหม่มีพื้นที่รวม 16,500 ตารางเมตร รองรับเครื่องจักรความแม่นยำสูงและระบบออโตเมชั่นในกระบวนการผลิต
ประวัติการลงทุนในไทย
บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย เป็นบริษัทในเครือมินีแบมิตซูมิจากญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนในประเทศไทยครั้งแรกในปี 2525 ด้วยการผลิตตลับลูกปืนขนาดเล็ก โดยเลือกไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งนอกญี่ปุ่น และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ และชิ้นส่วนอากาศยาน ที่ผ่านมา บริษัทได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอรวม 65 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนสะสมกว่า 115,000 ล้านบาท ปัจจุบันจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 31,000 คน มีโรงงานผลิตในไทย 10 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ลพบุรี ชลบุรี และระยอง ถือเป็นฐานการผลิต Miniature Ball Bearings ที่ใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อส่งออกไปยังตลาดสำคัญ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน สหรัฐอเมริกา และยุโรป
การผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน
เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย เริ่มผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2546 และพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีความเที่ยงตรงสูงและระบบควบคุมคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุด จนได้รับการรับรองจากผู้ผลิตอากาศยานชั้นนำระดับโลกทั้ง Airbus และ Boeing และสามารถส่งมอบชิ้นส่วนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกมาแล้วกว่า 20 ปี
การยกระดับไทยสู่ฐานผลิตหลักระดับโลก
การลงทุนเพิ่มเติมกว่า 2,600 ล้านบาทในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการขยายโรงงาน แต่เป็นการยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตหลักระดับโลก (Global Core Factory) สำหรับธุรกิจการบินของกลุ่มมินีแบมิตซูมิ พร้อมกับการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
นายนฤตม์ กล่าวว่า "การที่มินีแบ ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากญี่ปุ่น เลือกขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกิจการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน ซึ่งใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความพร้อมของไทยในการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การขยายการลงทุนครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง สร้างโอกาสการจ้างงานที่มีคุณภาพ และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่บุคลากรไทย"
นายคัตสึฮิโกะ โยชิดะ President, COO & CFO กลุ่มบริษัท มินีแบมิตซูมิ กล่าวว่า ตลอด 23 ปี ที่มินีแบผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในไทย ได้พิสูจน์แล้วว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานระดับโลกอย่างแท้จริง ท่ามกลางสถานการณ์ขาดแคลนแรงงานในต่างประเทศที่ยังคงสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานอากาศยานทั่วโลก ประเทศไทยสามารถรักษาเสถียรภาพของการผลิตได้อย่างดี ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่โดดเด่นและหาได้ยากในภูมิทัศน์การผลิตโลกปัจจุบัน เรามุ่งมั่นที่จะรักษาประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักของกลุ่ม และพร้อมขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างคุณค่าและยกระดับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน



