กรุงเทพฯ – 26 มิถุนายน 2569 ขณะที่มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยกำลังพุ่งเข้าหา 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 คำถามที่ดังก้องในห้องประชุมใหญ่ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ไม่ใช่ว่า Live Commerce จะเป็นบทต่อไปหรือไม่ แต่เป็นใครจะได้เป็นคนเขียนบทนั้น งาน BigSeller E-Commerce Summit 2026 ภายใต้ธีม Powering Live Commerce · Thailand 2026 ดึงดูดผู้ขาย แบรนด์ MCN และพันธมิตรในระบบนิเวศกว่า 2,500 ราย โดยเฉพาะผู้ขายไทยที่มองหาช่องทางและโอกาสใหม่ เคียงข้างผู้ขายข้ามพรมแดนจากจีน เวียดนาม และอีกหลายตลาด
BigSeller: ระบบเชื่อมต่อเบื้องหลัง Live Commerce ไทย
ผู้ที่รวมพวกเขาไว้ในที่เดียวกันคือ BigSeller ระบบ ERP อีคอมเมิร์ซแบบ All-in-One ที่ให้บริการผู้ขายกว่า 1.1 ล้านรายทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับรีวิวและการบอกต่อจากผู้ขายหลายพันรายบน Google และเป็นพันธมิตรที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Shopee, Lazada และ TikTok Shop จากจุดเริ่มต้นที่ผู้ขายชาวไทยเลือกใช้เองตั้งแต่ปี 2562 (2019) สู่การตั้งทีมงานท้องถิ่นอย่างเป็นทางการในปี 2567 (2024) BigSeller ใช้เวทีนี้ตอกย้ำบทบาทการเป็น “ระบบเชื่อมต่อ” เบื้องหลังเศรษฐกิจ Live Commerce ของไทย มากกว่าจะเป็นเพียงผู้ขายซอฟต์แวร์
ห้าแพลตฟอร์ม ห้าคำตอบสำหรับผู้ขายอาเซียน
ภาพที่ชัดที่สุดของทิศทางตลาดไม่ได้มาจากผู้บรรยายคนใดคนหนึ่ง แต่มาจากการที่แต่ละแพลตฟอร์มตอบคำถามเดียวกันต่างกันออกไปว่า วันนี้ผู้ขายต้องการอะไรกันแน่ ฝั่ง Shopee วางคำตอบด้านโครงสร้างพื้นฐานก่อน “อีคอมเมิร์ซไทยกำลังจะแตะ 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2026 และ Shopee ยังคงเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านนี้” คุณนนทพัทธ์ เนตรกัลยามิตร หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ช้อปปี้ ประเทศไทย กล่าว พร้อมชี้ว่าฐานผู้ซื้อนอกกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเท่าตัวในสามปี เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลกับปี 2025 ยอดออเดอร์จาก Reels เติบโต 6 เท่า ผ่านความร่วมมือกับ Meta, จำนวนคอนเทนต์เติบโตกว่า 75% ผ่านความร่วมมือกับ YouTube พร้อมทั้งการผลักดันบริการจัดส่งทันที (Instant Delivery) ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
ถ้า Shopee พูดถึงการ “รองรับดีมานด์” TikTok Shop กำลังนิยามใหม่ของการสร้าง Demand ในยุคดิจิทัล ด้วยการเปลี่ยนทุกการค้นพบสินค้าให้กลายเป็นการเติบโตทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง “Live Commerce ได้เปลี่ยนวิธีที่ผู้บริโภคค้นพบ มีส่วนร่วม และตัดสินใจซื้อสินค้า” คุณศิวาพร แป้นหมื่นไว Team Lead, Seller Education and Partnerships, TikTok Shop Thailand กล่าว “วันนี้ Live Commerce ไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งช่องทางการขาย แต่ได้กลายเป็น Growth Engine สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้เป็นความต้องการซื้อ เร่งยอดขาย และสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับผู้บริโภค”
Meta ดันทราฟฟิก Thaimart สร้างบ้านหลังแรก
Meta ดันตรรกะนี้ย้อนกลับไปที่ตัวทราฟฟิกเอง “ลูกค้าคนต่อไปของคุณกำลังเลื่อนดู Facebook อยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่เห็นไลฟ์ของคุณ” Khun Bell, Strategic Partnership Manager, Meta กล่าว พร้อมชี้ให้เห็นฐานผู้ซื้อ 3 พันล้านคน บน Facebook และ Instagram, โมเดล Facebook Live แบบไม่มีค่าคอมมิชชัน ที่ให้ผู้ขายเก็บรายได้ 100% และเครื่องมือซิงก์แคตตาล็อกที่ดึงรายการสินค้าจากแพลตฟอร์มอื่นเข้ามาขายในไลฟ์ได้โดยตรง พร้อมยกผลทดสอบ A/B ในไทยและเวียดนามที่การเพิ่ม Live video ads เข้าไปในแคมเปญปกติ ช่วยลดต้นทุนต่อการกระทำ (CPA) ลง 17%
Thaimart พูดถึงสิ่งที่ใกล้หัวใจผู้ขายมากกว่า “ราคาจะถูกลืม แต่คุณค่าจะถูกจดจำ” คุณพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Thaimart วางตำแหน่งแพลตฟอร์มเป็น “บ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย” และให้คำมั่นที่จะช่วยผู้ขายไทยเปลี่ยนจาก “ผู้อาศัยในบ้านคนอื่น สู่เจ้าของอนาคตของตัวเอง” ภายใต้คำสัญญา 7 ข้อเรื่องความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการปกป้องแบรนด์ สำหรับผู้ขายในห้องนั้น มันคือการย้ำเตือนว่าแพลตฟอร์มใหม่ก็คือช่องทางใหม่ — และโอกาสใหม่
AxtraMall เชื่อมออนไลน์สู่ออฟไลน์
ส่วน AxtraMall (CP Axtra) ดึงเรื่องราวมาสู่จุดบรรจบของออนไลน์และออฟไลน์ “เราพาผู้ขายของเราไปอยู่ต่อหน้าผู้ซื้อในไลฟ์ มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน” คุณ Supit Punthusopon, Head of Commercial, AxtraMall, CP Axtra กล่าว พร้อมแนะนำ AxtraMall ไม่ใช่ในฐานะการดึงผู้ขายกลับสู่ออฟไลน์ แต่เป็นประตูเชื่อม Online-to-Offline ที่เปลี่ยนยอดขายออนไลน์ให้กลายเป็นพื้นที่บนชั้นวางจริงในสาขา Lotus's และ Makro กว่า 2,500 สาขา ขณะที่การจัดส่งและหน้าร้านออฟไลน์ก็ย้อนกลับมาเพิ่มความน่าเชื่อถือให้หน้าร้านออนไลน์ และไม่ใช่แค่แนวคิดบนสไลด์ — จะเริ่มให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2569 ด้วยสินค้า 100 SKU แรกใน 25 สาขาในกรุงเทพฯ
ช่วงสนทนากับครีเอเตอร์: คุยกับ Yok Jittaphan
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับ Yok Jittaphan นักไลฟ์สตรีมและครีเอเตอร์ TikTok ชาวไทย ที่มาแบ่งปันมุมมองจริงของการขายผ่านคอนเทนต์ ครอบคลุมตั้งแต่คอนเทนต์แบบไหนที่ทำให้ผู้บริโภคไทยหยุดดูและเริ่มสนใจซื้อจริง ๆ; ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของผู้ขายที่เพิ่งเริ่มทำ TikTok และ Live Commerce; การสร้างความไว้วางใจระหว่างไลฟ์เมื่อผู้ชมเพิ่งเห็นสินค้าเป็นครั้งแรก; บทบาทที่ต่างกันของวิดีโอสั้นกับไลฟ์สดในการสร้างยอดขาย; สิ่งที่เธอพิจารณาเป็นอันดับแรกเมื่อเลือกแบรนด์ที่จะร่วมงาน; สิ่งที่ผู้ขายควรเตรียมก่อนร่วมงานกับครีเอเตอร์; ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคไทยบน TikTok Shop ในรอบปีที่ผ่านมา
ระบบที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
ห้าแพลตฟอร์ม ห้าวิธีเล่น แต่ทั้งหมดชี้ไปที่ความจริงเดียวกัน: ยิ่งผู้ขายเปิดหลายช่องทาง (Facebook Live, Shopee, TikTok, แพลตฟอร์มใหม่ และชั้นวางหน้าร้าน) ยิ่งมีระบบหลังบ้าน การนับสต๊อก และการกระทบยอดกองพะเนินตามมา เบื้องหลังนั่นคือช่องว่างที่คุณ Shawn Hu, General Manager ของ BigSeller ประเทศไทย ก้าวขึ้นมาตอบ “ในยุค Live Commerce และ AI ผู้ขายไม่ได้ต้องการแค่เครื่องมือเดี่ยว ๆ แต่ต้องการระบบเดียวที่เชื่อมต่อกันทั้งหมด” พร้อมเปิดตัวแผนระบบ ERP แบบ All-in-One ครอบคลุมตั้งแต่ Facebook Live Selling, การขายส่งและตัวแทนจำหน่าย, POS หน้าร้าน, การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มใหม่ ไปจนถึง Open API สำหรับยุค AI Agent ซึ่งพัฒนาจากความต้องการของผู้ขายกว่า 2,200 รายการ และฟีเจอร์ที่ปล่อยใหม่กว่า 720 รายการ ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา และเขาปิดท้ายด้วยหลักฐานมากกว่าคำสัญญา — รีวิวจริงจากผู้ขายหลายพันรายบน Google ที่คุณ Shawn ยกให้เป็นใบวัดผลที่ซื่อตรงที่สุดของเครื่องมือที่มีผู้ใช้กว่า 1.1 ล้านราย ทั่วภูมิภาค: “เราเติบโตเมื่อผู้ขายเติบโต”
เมื่อห้องประชุมเริ่มว่างลง คำถามตั้งต้นก็เริ่มมีเค้าโครงคำตอบ: บทต่อไปของ Live Commerce จะไม่ได้ชนะด้วยการเปิดเพิ่มอีกหนึ่งช่องทาง แต่ด้วยการรวมทุกช่องทาง ทุกออเดอร์ และทุกข้อมูล ไว้ในระบบเดียวที่ตามจังหวะตลาดได้ทัน



