หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้เสนอ 4 แนวทางสำคัญต่อรัฐบาลผ่านเวที 'ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง' ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนชั้นนำหลายบริษัท ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ปัญหาคอร์รัปชัน ภาคเกษตร ไปจนถึงการค้าและการลงทุน โดยภาคเอกชนเสนอให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็น 'แม่ทัพ' ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันทุกกระทรวง เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างจริงจัง
4 ข้อเสนอสำคัญจากภาคเอกชน
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอ 4 ประเด็นหลักในการประชุมครั้งนี้ ดังนี้
1. ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ
เสนอให้แต่งตั้ง 'คณะกรรมการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ' โดยมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม โดยเฉพาะภาคเอกชน รวมถึงจัดตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) เพื่อขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง โปร่งใส และเป็นรูปธรรม เนื่องจากปัญหาคอร์รัปชันยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม พร้อมย้ำว่าประเทศไทยจำเป็นต้องแสดงความชัดเจนให้นานาชาติเห็นถึงความตั้งใจในการยกระดับประเทศเข้าสู่ OECD
2. เร่งปฏิรูปภาคการเกษตรทั้งระบบ
เสนอให้เร่งเข้าไปดูแลและปฏิรูปภาคการเกษตรทั้งระบบ เพื่อเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้แก่เกษตรกรและครอบครัวกว่า 30 ล้านคน พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับภาคเกษตรทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต การบริหารจัดการน้ำ การใช้เทคโนโลยี การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้เกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว
3. ผลักดันการค้าและการลงทุนไทย
เสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดันการค้าและการลงทุนของประเทศอย่างจริงจัง ท่ามกลางความท้าทายและโอกาสจากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
4. เสนอ 'นายกฯ' นั่งหัวโต๊ะบูรณาการทุกหน่วยงาน
เนื่องจากหลายประเด็นเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงและหลายหน่วยงาน ภาคเอกชนจึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นประธานในการขับเคลื่อน เพื่อกำหนดทิศทางให้ชัดเจน รวดเร็ว ตรงเป้าหมาย และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้กลไกการทำงานลักษณะเดียวกับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ)
ความคาดหวังหลังการหารือ
ภายหลังการหารือ นายพจน์กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลได้รับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนโดยตรง และเชื่อว่าหลังจากนี้รัฐบาลจะมีการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นเร่งด่วน พร้อมเดินหน้าดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อร่วมกันยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะต่อไป



