ห้างแตกของจริง! นาทีนี้ดูเหมือนอะไรก็หยุดกระแส “Royal Pop” ไม่อยู่ หลัง Swatch เปิดขายโปรเจกต์ Collaboration ร่วมกับ Audemars Piguet หรือ AP วันแรก จนหลายสาขาเกิดภาพคนแห่ต่อคิวแน่น ชุลมุนหนักกว่าคอลแลบครั้งก่อนๆ ที่ Swatch เคยทำกับแบรนด์หรูในเครือเสียอีก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กระแสในโลกออนไลน์ยังแบ่งเป็นสองฝั่ง หลังมีการเปิดเผยว่าคอลเลกชัน “Royal Pop” ไม่ใช่นาฬิกาข้อมือ แต่เป็น “Pocket Watch”
Royal Pop นาฬิกาพก Swatch x AP
Swatch “Royal Pop” หรือนาฬิกาพกดีไซน์สดใสสไตล์ Pop Art ยุค 80s ทำให้หลายคนผิดหวัง เพราะคาดหวังว่าจะได้เห็นเวอร์ชันตีความใหม่ของ Royal Oak ในรูปแบบสวมข้อมือ แต่สุดท้ายดูเหมือนกระแส “ดราม่า” ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะทันทีที่เปิดขายจริง กลับเกิดภาพคนแห่ซื้อจนห้างแทบแตก และดูเหมือนความร้อนแรงครั้งนี้จะหนักกว่าหลายโปรเจกต์ก่อนหน้าของ Swatch ด้วยซ้ำ
กลยุทธ์ Democratic Luxury
PPTV Wealth มองว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนชัดว่าเกม Collaboration ของ Swatch ไม่ใช่แค่การจับมือออกสินค้าใหม่ แต่คือการใช้กลยุทธ์ “Democratic Luxury” หรือการหยิบ DNA ของนาฬิกาหรูระดับหลักแสนถึงหลักล้าน มาย่อส่วนให้อยู่ในราคาที่คนทั่วไปเอื้อมถึงได้ในระดับหลักหมื่นต้นๆ และที่ผ่านมากลยุทธ์นี้พิสูจน์แล้วว่า “สำเร็จจริง” หากย้อนกลับไปดูกรณีของ MoonSwatch ที่ร่วมกับ Omega เคยสร้างปรากฏการณ์คิวยาวทั่วโลก ดันยอดขายรวมของ Swatch Group ให้พุ่งสูงขึ้นจากรายได้ปีก่อนหน้า 7,313 ล้าน CHF หรือราว 250,000 ล้านบาท มาอยู่ที่ 7,499 ล้าน CHF หรือประมาณ 280,000 ล้านบาท
โดยในปีที่เปิดตัวครั้งแรก มีการคาดการณ์ว่า Swatch สามารถขาย MoonSwatch ได้มากกว่า 1 ล้านเรือนภายในปีเดียว และดึงดูดกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นหน้าใหม่ได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ยังเกิดปรากฏการณ์รีเซล เมื่อสินค้าหลายรุ่นที่ขายจริงราคาราว 9,000 - 10,000 บาท ถูกนำไปขายต่อสูงกว่าราคาป้าย 3-5 เท่า บางรุ่นพุ่งแตะหลักแสนในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่แทบไม่เกิดขึ้นกับสินค้าระดับ Mass Product
ปรากฏการณ์ Royal Pop
และสำหรับ “Royal Pop” แม้จะเป็นเพียง Pocket Watch วัสดุพลาสติก แต่จากกระแสวันแรกที่ร้อนแรงจนห้างแตก ก็เริ่มมีการจับตาว่าโปรเจกต์นี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ยอดขายถล่มทลายของ Swatch และอาจสร้างกระแสรีเซลรุนแรงไม่แพ้ MoonSwatch ในช่วงเปิดตัวก็เป็นได้ เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การร่วมงานกับแบรนด์ในเครือ แต่คือการดึง Audemars Piguet แบรนด์นอกเครือระดับท็อปของโลก เจ้าของตำนาน Royal Oak ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในนาฬิกา “ซื้อยากที่สุด” ลงมาเล่นในตลาดแมส จึงไม่แปลกที่ตั้งแต่การปล่อยทีเซอร์ก่อนเปิดตัว จะสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมากในวงการนาฬิกา เพราะหลายคนมองว่านี่อาจเป็น Collaboration ที่ใหญ่ที่สุดของ Swatch เท่าที่เคยมีมา
ด้าน อิลาเรีย เรสตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AP ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้ต้องการสะท้อน “ความสนุก” และ “ความกล้า” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมเปิดประตูให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสโลกของนาฬิกากลไกในมุมที่แตกต่างออกไป นอกจากนี้ AP ยังเปิดเผยว่าจะนำรายได้ทั้งหมดในส่วนของแบรนด์จากโปรเจกต์นี้ ไปสนับสนุนโครงการอนุรักษ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทำนาฬิกา เพื่อรักษาทักษะหายากและผลักดันคนรุ่นใหม่เข้าสู่วงการเรือนเวลาต่อไป
รายละเอียดคอลเลกชัน Royal Pop
ทั้งนี้ คอลเลกชัน Royal Pop เริ่มวางขายวันที่ 16 พฤษภาคม 2026 เป็นวันแรก พร้อมตั้งเงื่อนไขจำกัดสิทธิ์ในการซื้อ 1 เรือน/ 1 สาขา/ 1 คน/ 1 วันเท่านั้น โดยออกมา 2 รูปแบบรวมกัน 8 สี คือ
- Lépine นาฬิกาพกแบบไม่มีฝาปิด มีให้เลือก 6 สี
- Savonnette นาฬิกาพกแบบมีฝาปิด มีให้เลือก 2 สี
ขณะที่ตัวเรือนยังคงทำจากวัสดุ BioCeramic และรูปแบบกลไก SISTEM51 สำหรับราคาจะอยู่ที่ประมาณ 13,700 - 14,700 บาทต่อเรือน



