เปิดเคล็ดลับดูพระสมเด็จวัดระฆัง 3 ข้อ ถูกพิมพ์ ถูกเนื้อ ความเก่าถึงยุค
เปิดเคล็ดลับดูพระสมเด็จวัดระฆัง 3 ข้อ ถูกพิมพ์ ถูกเนื้อ เก่าถึงยุค

หลายท่านสอบถามเข้ามาว่า หากจะศึกษาพระสมเด็จวัดระฆังให้เป็น ควรเริ่มต้นจากตรงไหน และควรยึดหลักการพิจารณาอย่างไร สำหรับผม หลักการเบื้องต้นมีอยู่เพียง 3 ข้อเท่านั้น คือ ถูกพิมพ์ ถูกเนื้อ ความเก่าถึงยุค หากพระองค์ใดผ่านทั้ง 3 ข้อนี้ได้ จึงค่อยนำไปพิจารณารายละเอียดอื่นต่อไป

1. ดูพิมพ์ให้ถูก

พระสมเด็จวัดระฆังจะดูเฉพาะด้านหน้าไม่ได้ ต้องดูทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และขอบข้างประกอบกันเสมอ ด้านหน้าต้องมีความถูกต้องตามพิมพ์ทรงของแต่ละแม่พิมพ์ ส่วนด้านหลังต้องมีธรรมชาติของพระเก่าปรากฏให้เห็น รวมถึงร่องรอยการยุบตัว ยับตัว แยกตัว และหดตัวของเนื้อพระตามกาลเวลา

พระแท้จะไม่แข็งทื่อเหมือนเพิ่งกดพิมพ์ออกมาใหม่ แต่จะมีชีวิต มีความเคลื่อนไหวของเนื้อที่เปลี่ยนแปลงไปตามอายุการสร้างกว่า 150 ปี ขอบพระก็เป็นอีกจุดสำคัญ พระสมเด็จแท้ส่วนใหญ่จะมีลักษณะตัดเฉียง ไม่ใช่ตัดฉากแบบของทำใหม่ และมักพบร่องรอยการยุบตัวเข้าหาขอบอย่างเป็นธรรมชาติ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

2. ดูเนื้อพระและมวลสาร

พระสมเด็จวัดระฆังทุกองค์ในปัจจุบันมีอายุการสร้างมากกว่า 155 ปี ดังนั้นเนื้อพระจึงผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติมาอย่างยาวนาน ทั้งการแห้งตัว การยุบตัว การแยกตัวของมวลสาร รวมถึงการเกิดคราบและผิวพรรณตามกาลเวลา

พระแท้ที่ไม่ผ่านการล้างหรือใช้งานหนัก มักปรากฏคราบแป้งขาวแห้งบาง ๆ อยู่ตามผิวพระ เรียกกันว่า “คราบแป้งโรยพิมพ์” เมื่อส่องกล้องดูเนื้อพระ จะพบมวลสารหลากหลายชนิดกระจายตัวอยู่ภายใน สิ่งที่พบได้บ่อยคือเม็ดแดงคล้ำขนาดเล็ก ซึ่งเชื่อว่าเป็นเศษผงอิฐเก่าหรือมวลสารจากกรุทุ่งเศรษฐี จ.กำแพงเพชร ลักษณะจะเป็นสีแดงหม่น ไม่ใช่สีแดงสด โดยปกติในพระแท้หนึ่งองค์จะพบเพียง 1–3 เม็ดเท่านั้น บางองค์พบเพียงเม็ดเดียวก็มี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนั้นยังอาจพบเม็ดมวลสารสีขาว เม็ดสีเทา กากก้านธูปสีดำ เศษผ้าจีวร เมล็ดพืช เกสรดอกไม้ และมวลสารเก่าหลากหลายชนิด

พระแท้มองไกล ๆ จะให้วรรณะขาวนวลอมเหลือง ดูสะอาดตา แต่เมื่อส่องใกล้ ๆ จะพบความเก่าแทรกอยู่ทั่วผิวพระ ทั้งสีดำ น้ำตาล เหลือง และคราบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เปรียบเสมือนบ้านเก่าที่ทาสีขาวไว้ แม้มองไกลจะเห็นเป็นสีขาว แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้จะเห็นร่องรอยของกาลเวลาปรากฏอยู่ทั่วทั้งหลัง คราบน้ำตาลที่เกิดรอบมวลสารหรือบริเวณใต้ฐานจากการสัมผัสและการไหลของเหงื่อ เป็นรายละเอียดที่ปลอมเลียนแบบได้ยากมาก

หากพระองค์ใดไม่ได้ลงรัก ลงชาด หรือลงน้ำหมาก แต่เมื่อมองด้วยตาเปล่ากลับมีสีสันฉูดฉาดหลากสีผิดธรรมชาติ ควรตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่ามีความเสี่ยงสูง

3. ดูความเก่า

พระสมเด็จแท้มีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง คือ ภายนอกดูฉ่ำ แต่ภายในดูแห้ง ในขณะที่ของปลอมจำนวนมาก มักมีลักษณะตรงกันข้าม คือภายนอกดูแห้งเก่า แต่เนื้อภายในยังใหม่สด

ความเก่าตามธรรมชาติจะปรากฏผ่านรูพรุนปลายเข็ม รอยยุบตัวของเนื้อ รอยแยกของมวลสาร รอยปูไต่ รอยหนอนด้น การห่อตัวขององค์พระ เมื่อเวลาผ่านไปกว่าศตวรรษ เนื้อพระย่อมเกิดการหดตัว ยุบตัว และเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับร่างกายมนุษย์ คนหนุ่มสาวย่อมมีผิวตึงกระชับ แต่เมื่ออายุมากขึ้นย่อมเกิดริ้วรอย ความเหี่ยวย่น และความหย่อนคล้อย พระสมเด็จก็เช่นเดียวกัน

พระแท้จึงมักไม่ตรงแข็งเหมือนไม้บรรทัด แต่จะมีลักษณะบิด งอ ห่อตัว หรือยุบตัวเล็กน้อยแทบทุกองค์ การยุบตัวมักปรากฏบริเวณเส้นซุ้ม ส่วนนูนขององค์พระ และด้านหลังพระ โดยเฉพาะบริเวณขอบทั้งสี่ด้าน สิ่งเหล่านี้คือธรรมชาติที่กาลเวลาสร้างขึ้น และเป็นสิ่งที่ของปลอมพยายามเลียนแบบมาตลอด แต่ยังยากที่จะทำได้เหมือนของจริง

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า การดูพระสมเด็จ อย่าดูเพียงตำหนิ เพราะตำหนิปลอมได้ แต่ความเก่า เนื้อหา มวลสาร และธรรมชาติของกาลเวลา ปลอมได้ยากกว่ามาก ถูกพิมพ์ ถูกเนื้อ ความเก่าถึงยุค หากเข้าใจ 3 สิ่งนี้ได้ การศึกษาพระสมเด็จก็จะง่ายขึ้นอีกมาก