วงการวรรณกรรมไทยสูญเสีย 'เพ็ญศรี เคียงศิริ' ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เจ้าของนามปากกา 'นราวดี'
วันนี้ (27 มีนาคม 2569) วงการวรรณกรรมไทยต้องสูญเสียบุคคลสำคัญอย่างน่าเศร้า เมื่อ เพ็ญศรี เคียงศิริ นักเขียนและนักแปลผู้มีชื่อเสียง ถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อเวลา 06.30 น. ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพฯ ด้วยวัย 95 ปี การจากไปของเธอสร้างความอาลัยให้กับผู้คนในแวดวงวรรณกรรมและผู้ที่ชื่นชอบผลงานอย่างกว้างขวาง
ประวัติและผลงานอันโดดเด่น
เพ็ญศรี เคียงศิริ ได้รับการยกย่องเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2560 จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เธอเป็นที่รู้จักในนามปากกา "นราวดี" ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานนวนิยายที่ได้รับความนิยมสูง หลายเรื่องถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ เช่น นางอาย และ รักเกิดในตลาดสด นอกจากนี้ เธอยังเป็นนักแปลวรรณกรรมที่มีผลงานมากมาย ช่วยเปิดโลกวรรณกรรมต่างประเทศให้ผู้อ่านไทยได้สัมผัส
งานเขียนของนราวดีมีจุดเด่นที่นอกจากจะให้ความบันเทิงแล้ว ยังสอดแทรกข้อคิดเกี่ยวกับครอบครัว ความรัก ความภาคภูมิใจในแผ่นดินเกิด และความงดงามของความหลากหลายในสังคม ทำให้ผลงานของเธอเป็นที่จดจำและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านหลายรุ่น
พิธีสวดพระอภิธรรมและความอาลัยจากวงการ
กำหนดการพิธีสวดพระอภิธรรมจะจัดขึ้นที่ศาลา สุธีระ–ประจวบ พีชานนท์ ณ วัดธาตุทอง เขตวัฒนา กรุงเทพฯ โดยจะมีการบรรจุศพไว้เป็นเวลา 100 วัน ก่อนขอพระราชทานเพลิงศพในลำดับต่อไป การจากไปของเพ็ญศรี เคียงศิริ สร้างความเศร้าโศกให้กับคนในแวดวงวรรณกรรมไทย
พินิจ นิลรัตน์ อดีตอุปนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อไว้อาลัย โดยระบุว่า "ขอคารวะและอาลัยต่อ 'พี่เพ็ญศรี' บนถนนสายวรรณกรรมงามสะอาด เป็น 'ศิลปินแห่งชาติ' ประกาศก้อง 'งานเขียน' ได้สร้างชื่อชั้นมือทอง 'งานแปล' ได้ยกย่องสู่อินเตอร์" พินิจยังรำลึกถึงความทรงจำส่วนตัวว่าเธอเป็นผู้ใหญ่ใจดีและมีจิตเมตตาเสมอ
ในข้อความยังกล่าวเสริมว่า "ทราบข่าวเช้าวันนี้พี่ลาลับ ใจหายวับ-ต่อแต่นี้มิเห็นหน้า กฎอนิจจัง-สังขารย่อมโรยรา แต่ใจหายธรรมดา-กฎผูกพัน เหลือไว้ซึ่งผลงาน-ความดีงาม คนรุ่นหลังได้ติดตามงานสร้างสรรค์ ขอความดีที่พี่ให้แก่วงวรรณขอส่งพี่สู่สวรรค์ นิรันดร์เทอญ" ซึ่งสะท้อนถึงความรักและความเคารพที่มีต่อเธออย่างลึกซึ้ง
มรดกทางวรรณกรรมที่เหลือไว้
การจากไปของเพ็ญศรี เคียงศิริ ไม่เพียงแต่เป็นความสูญเสียส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของวงการวรรณกรรมไทย เธอได้ทิ้งมรดกทางความคิดและผลงานสร้างสรรค์ที่ยังคงมีชีวิตชีวาให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและชื่นชม งานเขียนและงานแปลของเธอจะยังคงเป็นแรงบันดาลใจและให้ข้อคิดที่มีคุณค่าแก่สังคมไทยต่อไป
วงการวรรณกรรมไทยจึงร่วมไว้อาลัยและระลึกถึงคุณงามความดีของศิลปินแห่งชาติผู้นี้ ด้วยความเคารพและความอาลัยอย่างสุดซึ้ง



