ปภ. ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยปี 2569 ปรับเพิ่มอัตราช่วยเหลือหลายด้าน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินสำหรับปี 2569 ซึ่งกระทรวงการคลังได้กำหนดบังคับใช้ใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป การปรับปรุงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การช่วยเหลือสอดคล้องกับสถานการณ์ภัยในปัจจุบันมากขึ้น ทั้งในด้านช่องทางการจ่ายเงินที่อำนวยความสะดวกและรวดเร็วขึ้น รวมถึงการเพิ่มอัตราการช่วยเหลือในหลายด้าน เช่น การดำรงชีพ สังคมสงเคราะห์ การแพทย์และการสาธารณสุข การเกษตร บรรเทาสาธารณภัย และการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือ
รายละเอียดการปรับเพิ่มอัตราการช่วยเหลือ
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า หลักเกณฑ์ใหม่นี้ได้ปรับปรุงจากระเบียบเดิมที่ใช้มาตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 โดยมุ่งเน้นให้มีความเหมาะสม คล่องตัว และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ประสบภัยมากขึ้น ตัวอย่างการปรับเพิ่มอัตราการช่วยเหลือมีดังนี้
- ด้านการดำรงชีพ: ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัสที่ต้องรักษาตัวในสถานพยาบาลติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป เพิ่มจากเดิม 4,000 บาท เป็น 5,000 บาท กรณีบาดเจ็บจนพิการไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เพิ่มจาก 13,300 บาท เป็น 16,600 บาท
- ค่าจัดการศพ: เพิ่มจากเดิม 29,700 บาท เป็นไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย และหากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว อาจได้รับเงินสงเคราะห์ครอบครัวเพิ่มอีกไม่เกิน 35,700 บาท
- ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัย: สำหรับเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหาย เพิ่มจากเดิม 49,500 บาท เป็นไม่เกิน 88,600 บาทต่อหลัง
- ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพหรือเงินทุน: เพิ่มจากเดิม 11,400 บาท เป็นไม่เกิน 13,500 บาทต่อครอบครัว
- ค่าใช้จ่ายดำรงชีพเบื้องต้น: กรณีที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลัง เพิ่มจากเดิม 3,800 บาท เป็นไม่เกิน 4,900 บาทต่อครอบครัว
- ค่าเช่าบ้าน: สำหรับผู้เช่าที่บ้านเสียหายจนอยู่อาศัยไม่ได้ เพิ่มจากเดิม 1,800 บาท เป็นไม่เกิน 2,500 บาทต่อเดือน เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน
- ค่าถุงยังชีพ: เพิ่มจากเดิม 700 บาท เป็นไม่เกิน 1,000 บาทต่อครอบครัว และสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 7 ปี คนพิการ และผู้สูงอายุ อาจได้รับเพิ่มอีกชุดละไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน
การปรับปรุงด้านอื่นๆ และช่องทางการจ่ายเงิน
นอกจากนี้ ยังมีการปรับค่าใช้จ่ายในด้านสังคมสงเคราะห์ เช่น อุปกรณ์ฝึกอาชีพและเงินทุนประกอบอาชีพ รวมถึงด้านการแพทย์และการสาธารณสุข เช่น ค่าวัสดุและเคมีภัณฑ์เพื่อปรับปรุงอนามัยสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะกรณีอุทกภัยที่ต้องกำจัดเชื้อราและฆ่าเชื้อโรค
ช่องทางการจ่ายเงิน ได้รับการปรับให้รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น โดยอนุญาตให้จ่ายเป็นเงินสด เช็ค หรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ตามระเบียบราชการ เพื่อให้เงินถึงมือผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที
ความสำคัญและแนวทางการปฏิบัติ
นายธีรพัฒน์ ยังเน้นย้ำว่า หลักเกณฑ์ใหม่นี้จะช่วยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับสถานการณ์สาธารณภัย สภาวะเศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมกำชับให้หน่วยงานของปภ. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด และประสานงานกับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
การปรับปรุงครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงบริบททางสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงทีและครอบคลุมทุกด้านที่จำเป็น



