สภาผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องผู้ประกอบการบุหรี่ไฟฟ้าต่อศาลปกครองกลาง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากการโฆษณาที่เกินจริง และสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอันตรายของผลิตภัณฑ์ การฟ้องร้องครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่องค์กรผู้บริโภคดำเนินคดีกับธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ
รายละเอียดการฟ้องร้อง
สภาผู้บริโภคเปิดเผยว่า ได้ยื่นฟ้องผู้ประกอบการบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ จำนวน 3 ราย ในข้อหาโฆษณาที่เป็นเท็จ และละเมิดสิทธิผู้บริโภค โดยระบุว่าการโฆษณาของบริษัทเหล่านี้กล่าวอ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา และช่วยเลิกบุหรี่ได้ ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนอย่างเพียงพอ
ข้อกล่าวหาหลัก
- โฆษณาเกินจริง: อ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- ละเมิดกฎหมาย: ไม่แสดงคำเตือนด้านสุขภาพตามที่กฎหมายกำหนด
- สร้างความเข้าใจผิด: ทำให้ผู้บริโภคเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
สภาผู้บริโภคชี้ว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคตินซึ่งเสพติด และมีสารเคมีอันตรายอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคปอดและหัวใจ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าจากการโฆษณาชวนเชื่อ การฟ้องร้องครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายแก่สังคม
ปฏิกิริยาจากผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการบุหรี่ไฟฟ้าบางรายออกมาโต้แย้งว่าผลิตภัณฑ์ของตนได้มาตรฐานและผ่านการรับรองจากต่างประเทศ พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ด้านสภาผู้บริโภคย้ำว่าการดำเนินคดีครั้งนี้เป็นไปเพื่อปกป้องผู้บริโภคและสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมาย
ขั้นตอนต่อไป
- ศาลนัดไต่สวนคดีในเดือนหน้า
- สภาผู้บริโภคเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
- คาดว่าคดีจะใช้เวลาพิจารณาอย่างน้อย 1 ปี
สภาผู้บริโภคเรียกร้องให้ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามาร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและเรียกร้องค่าเสียหายอย่างเป็นธรรม



