ไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศเสี่ยงภัยพิบัติทางธรรมชาติสูงสุด
ไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศเสี่ยงภัยพิบัติทางธรรมชาติสูงสุด

รายงาน World Risk Report 2024 ซึ่งจัดทำโดยสถาบันเพื่อสันติภาพและการพัฒนาระหว่างประเทศ (Institute for Peace and Development) ระบุว่า ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติสูงที่สุดในโลก โดยมีความเสี่ยงสูงจากน้ำท่วมและพายุที่เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน

ความเสี่ยงภัยพิบัติของไทยในระดับโลก

รายงานดังกล่าวจัดอันดับความเสี่ยงของประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยพิจารณาจากความน่าจะเป็นในการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติและความสามารถในการรับมือของประเทศนั้นๆ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 9 ของโลก โดยมีคะแนนความเสี่ยงสูงถึง 20.46 คะแนน จาก 100 คะแนน โดยที่ 100 หมายถึงความเสี่ยงสูงที่สุด

ประเทศที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เมียนมา อินเดีย บังกลาเทศ เวียดนาม ไทย เนปาล จีน และศรีลังกา โดยฟิลิปปินส์มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่ 29.15 คะแนน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สาเหตุหลักของความเสี่ยงสูง

สาเหตุหลักที่ทำให้ไทยมีความเสี่ยงสูงคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงและพายุที่มีความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ของไทย นอกจากนี้ การขยายตัวของเมืองและการบุกรุกพื้นที่ธรรมชาติยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติอีกด้วย

ดร. สมชาย ฤกษ์ชัยพร นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า "ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการจัดการน้ำและการวางผังเมืองที่ยั่งยืน เพื่อลดความเสียหายจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

ภัยพิบัติทางธรรมชาติส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน ในปี 2566 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ลดลงร้อยละ 0.5

นอกจากนี้ ภัยพิบัติยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยและอาศัยในพื้นที่เสี่ยง ทำให้เกิดการอพยพและสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก

แนวทางการลดความเสี่ยงในอนาคต

รายงานแนะนำให้รัฐบาลไทยลงทุนในระบบเตือนภัยล่วงหน้า การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทนทานต่อภัยพิบัติ และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ นอกจากนี้ การร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเทคโนโลยีก็เป็นสิ่งสำคัญ

ทั้งนี้ รายงาน World Risk Report 2024 ยังระบุว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และญี่ปุ่น มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เนื่องจากมีระบบการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง