เชียงใหม่เผชิญวิกฤตฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง พบจุดความร้อนไฟป่า 24 จุด เร่งส่งเฮลิคอปเตอร์ดับไฟ
วันที่ 4 มีนาคม 2569 สถานการณ์คุณภาพอากาศในจังหวัดเชียงใหม่เข้าสู่ช่วงวิกฤตอย่างหนัก เมืองทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบ ส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยรายงานค่าฝุ่นรายชั่วโมงสูงสุดอยู่ที่ 215 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ตำบลหางดง อำเภอฮอด ขณะที่หลายพื้นที่ในตัวเมืองและอำเภอใกล้เคียงก็มีค่าฝุ่นเกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเช่นกัน สาเหตุหลักมาจากกระแสลมที่พัดพาฝุ่นควันจากไฟป่าในพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด รวมถึงฝุ่นควันที่ลอยข้ามแดนมาจากอำเภอชายแดนทางทิศเหนือ
สถานการณ์ไฟป่ายังคงรุนแรง พบจุดความร้อน 24 จุด
ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กจังหวัดเชียงใหม่ รายงานการตรวจพบจุดความร้อนจากไฟป่าทั้งสิ้น 24 จุด โดยพบมากที่สุดในอำเภอดอยเต่า เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามขยายวงกว้าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เร่งส่งเฮลิคอปเตอร์รุ่น KA-32 ขึ้นบินทิ้งน้ำดับไฟตลอดทั้งวันหลายเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง
แพทย์เตือนกลุ่มเสี่ยงเฝ้าระวังสุขภาพเป็นพิเศษ
นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ออกคำเตือนถึงกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบางที่อาจได้รับผลกระทบจากการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 อย่างรุนแรงในช่วงที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคถุงลมโป่งพอง โรคหอบหืด และโรคหัวใจ แนะนำให้งดหรือลดการทำกิจกรรมนอกบ้านลงอย่างเคร่งครัด หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นตลอดเวลา และเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมเสมอ หากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ทันที
คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป
สำหรับประชาชนทั่วไป แพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้านในช่วงวิกฤตฝุ่นนี้ และเฝ้าระวังสุขภาพตนเองอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้า วิงเวียนศีรษะ หรืออาการอื่นๆ ที่ไม่ปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาโดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากมลพิษทางอากาศ



