กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดจุดรับทิ้งขยะอันตรายใน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำแบตเตอรี่ หลอดไฟ และสารเคมีที่ใช้แล้วมาทิ้งได้อย่างถูกวิธี โดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
ขยะอันตรายในกรุงเทพฯ ปัญหาใหญ่ที่ต้องจัดการ
ขยะอันตราย เช่น แบตเตอรี่ หลอดฟลูออเรสเซนต์ และภาชนะบรรจุสารเคมี เป็นขยะที่ต้องมีการจัดการพิเศษ เนื่องจากมีส่วนประกอบที่เป็นพิษ หากทิ้งรวมกับขยะทั่วไปอาจทำให้สารพิษรั่วไหลสู่ดินและแหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศ กทม.จึงได้จัดจุดรับทิ้งขยะอันตรายในทุกเขต เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการกำจัดอย่างปลอดภัย
จุดรับทิ้งขยะอันตราย 50 เขต ทุกสำนักงานเขต
ปัจจุบัน กทม. ได้เปิดจุดรับทิ้งขยะอันตรายในสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต รวมถึงสถานที่ราชการอื่นๆ เช่น สวนสาธารณะและศูนย์บริการสาธารณสุข โดยประชาชนสามารถนำขยะอันตรายมาทิ้งได้ในวันและเวลาทำการปกติ ตั้งแต่ 08.30-16.30 น. ของวันจันทร์ถึงศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ
แบตเตอรี่และหลอดไฟ ขยะอันตรายที่พบบ่อย
แบตเตอรี่ใช้แล้ว โดยเฉพาะแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจากโทรศัพท์มือถือและแล็ปท็อป เป็นขยะอันตรายที่พบได้บ่อย หากถูกทิ้งในถังขยะทั่วไปอาจเกิดการลัดวงจรและไฟไหม้ได้ ส่วนหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่แตกมีสารปรอทซึ่งเป็นพิษต่อระบบประสาท การแยกทิ้งอย่างถูกวิธีจึงสำคัญ
กทม. รณรงค์ลดขยะอันตรายด้วยการแยกทิ้ง
นอกจากจุดรับทิ้งแล้ว กทม. ยังรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารอันตราย และหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้หรือรีไซเคิลได้ง่าย เช่น การใช้ถ่านไฟฉายแบบชาร์จได้แทนการใช้แบตเตอรี่แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง การใช้หลอด LED แทนหลอดฟลูออเรสเซนต์ เป็นต้น
ประชาชนร่วมมือแยกขยะอันตราย สร้างเมืองปลอดภัย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “การจัดการขยะอันตรายเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การมีจุดรับทิ้งที่สะดวกจะช่วยให้ประชาชนแยกขยะได้ง่ายขึ้น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” กทม. ตั้งเป้าที่จะเพิ่มจุดรับทิ้งขยะอันตรายในชุมชนและสถานที่สาธารณะเพิ่มเติมในอนาคต
ข้อมูลเพิ่มเติมและการสอบถาม
ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดจุดรับทิ้งขยะอันตรายใกล้บ้านได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ หรือโทรศัพท์สายด่วนกทม. 1555 นอกจากนี้ยังสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมได้ทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของกรุงเทพมหานคร



