ศาลปกครองสูงสุดสั่ง ก.ล.ต. ชดใช้ค่าเสียหาย 5.9 ล้านแก่ผู้บริหารหลักทรัพย์
ศาลปกครองสูงสุดสั่ง ก.ล.ต. ชดใช้ 5.9 ล้านแก่ผู้บริหารหลักทรัพย์

ศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ ก.ล.ต. ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์

ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชำระเงินจำนวน 5,945,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ แก่นายสมศักดิ์ (นามสมมติ) ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ซึ่งถูก ก.ล.ต. ดำเนินคดีในข้อหาทุจริตเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น แต่ต่อมาศาลอาญาพิพากษายกฟ้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

ที่มาของคดี: การฟ้องร้องที่ถูกยกฟ้อง

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2558 ก.ล.ต. ได้มีคำสั่งฟ้องนายสมศักดิ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาโทษทางปกครอง (ก.พ.ต.) ในข้อหาทำการซื้อขายหุ้นโดยใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading) ส่งผลให้ ก.พ.ต. มีคำสั่งปรับนายสมศักดิ์เป็นเงิน 2 ล้านบาท และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นเวลา 5 ปี ต่อมา นายสมศักดิ์ถูกฟ้องคดีอาญาในข้อหาเดียวกัน แต่ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อปี 2561 ยกฟ้อง โดยเห็นว่าพยานหลักฐานที่ ก.ล.ต. นำเสนอไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิด

การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก ก.ล.ต.

หลังจากศาลอาญายกฟ้อง นายสมศักดิ์ได้ยื่นฟ้อง ก.ล.ต. ต่อศาลปกครองกลาง เรียกค่าเสียหายจากการที่ถูกดำเนินคดีโดยมิชอบ ทำให้เสียชื่อเสียง สูญเสียรายได้ และโอกาสในการทำงาน โดยศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อปี 2565 ให้ ก.ล.ต. ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 5,945,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ต่อมา ก.ล.ต. ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาและเห็นว่าการดำเนินคดีของ ก.ล.ต. ไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ และการที่ ก.ล.ต. ดำเนินคดีต่อนายสมศักดิ์โดยไม่มีพยานหลักฐานที่มั่นคง ถือเป็นการกระทำที่มิชอบ ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย จึงพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อ ก.ล.ต. และบทเรียนที่ได้รับ

คำพิพากษานี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่อาจส่งผลให้ ก.ล.ต. ต้องระมัดระวังในการดำเนินคดีมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่พยานหลักฐานยังไม่แข็งแรงพอ เนื่องจากอาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายหากศาลพิพากษายกฟ้องในภายหลัง นายสมศักดิ์กล่าวว่า "ผมดีใจที่ได้รับความเป็นธรรมหลังจากต่อสู้คดีมานานหลายปี ค่าเสียหายนี้ไม่สามารถชดเชยความเสียหายทางจิตใจได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผมเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้" ด้าน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไป รวมถึงอาจยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาแผนกคดีปกครอง