พระนครศรีอยุธยา – ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองบางพระครู ซึ่งส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุของปัญหาน้ำเสียในคลองบางพระครู
จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุหลักของน้ำเน่าเสียมาจากการระบายน้ำเสียจากชุมชนและฟาร์มเลี้ยงสุกรลงสู่คลองโดยไม่ผ่านการบำบัด ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดต่ำลงอย่างมาก จนเกิดเป็นน้ำเสียสีดำและมีกลิ่นเหม็น โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่น้ำในคลองมีน้อย ปัญหาจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
นายสมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่และตำบลบ้านรุนได้รับผลกระทบโดยตรง ต้องทนอยู่กับกลิ่นเหม็นและน้ำเสียที่ไหลผ่านหน้าบ้าน บางรายมีอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ และระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ
มาตรการเร่งด่วนที่ประชุมมีมติ
ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการ 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ 1. ติดตั้งเครื่องเติมอากาศเพิ่มออกซิเจนในน้ำจำนวน 10 จุดภายในคลองบางพระครู 2. ใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียแบบเร่งด่วน และ 3. ตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษและออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการฟาร์มสุกรหยุดปล่อยน้ำเสียทันที
นางสาวกาญจนา วงษ์สอาด ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ กล่าวว่า "เราจะเร่งติดตั้งเครื่องเติมอากาศภายใน 2 สัปดาห์ และใช้จุลินทรีย์บำบัดเพื่อลดกลิ่นเหม็นโดยเร็วที่สุด แต่การแก้ไขระยะยาวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวม"
แผนระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ในระยะยาว จังหวัดมีแผนที่จะก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมในพื้นที่คลองบางพระครู รวมถึงการขุดลอกคลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของน้ำ โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 50 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การดำเนินการต้องผ่านการเห็นชอบจากหน่วยงานกลางและอาจใช้เวลานานถึง 2 ปี
ด้านนายประเสริฐ ศรีสุวรรณ ประธานชมรมอนุรักษ์คลองบางพระครู เรียกร้องให้หน่วยงานเร่งดำเนินการโดยเร็ว "ปัญหานี้สะสมมานานกว่า 5 ปี ชาวบ้านเดือดร้อนหนักมาก โดยเฉพาะในหน้าร้อนที่กลิ่นเหม็นแทบหายใจไม่ได้ อยากให้หน่วยงานจริงจังและลงโทษผู้ที่ทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด"
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนไม่ทิ้งขยะและน้ำเสียลงคลอง รวมถึงการสนับสนุนให้ฟาร์มสุกรมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันปัญหาในระยะยาว



