เชียงใหม่เร่งมาตรการเฝ้าระวังไฟป่า พื้นที่ป่าเหนือเขื่อนแม่กวงอุดมธาราถูกกำหนดเป็นจุดเสี่ยงสูงใกล้เมือง
จังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศให้พื้นที่ป่าเหนือเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ในอำเภอดอยสะเก็ด เป็นหนึ่งในพื้นที่เฝ้าระวังและป้องกันไฟป่าขั้นสูงสุด เนื่องจากเป็นผืนป่าที่ตั้งอยู่ใกล้กับเขตเมือง หากเกิดเหตุไฟป่าขึ้น ฝุ่นควันและมลพิษPM 2.5 จะถูกลมพัดพาเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่โดยตรง ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม
มาตรการเชิงรุก: เรือลาดตระเวนและเทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพ
ในปีนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังไฟป่าอย่างเข้มงวดและครอบคลุม หนึ่งในวิธีการสำคัญคือการใช้เรือออกลาดตระเวนบริเวณพื้นที่ป่าเหนือเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนและมีข้อจำกัดด้านเส้นทางเดินเท้า การใช้เรือช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงจุดเกิดไฟป่าหรือจุดที่พบควันไฟได้รวดเร็วกว่าการเดินเท้าหลายเท่า และยังช่วยสกัดกั้นผู้ที่อาจลักลอบเข้าไปในป่า หลังอุทยานประกาศปิดป่าตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ เปิดเผยว่า นอกจากการลาดตระเวนทางน้ำแล้ว ยังได้นำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่:
- การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
- กล้องตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ สำหรับเฝ้าระวังกิจกรรมผิดปกติ
- กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Trail Camera) ในเส้นทางลาดตระเวน เพื่อบันทึกหลักฐาน
อุปกรณ์เหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อครอบคลุมพื้นที่การเฝ้าระวังและตรวจจับผู้ที่ลักลอบเข้าป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบการฝ่าฝืน จะนำหลักฐานไปประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
พลังชุมชนและความร่วมมือท้องถิ่น
นอกจากกำลังของเจ้าหน้าที่อุทยานแล้ว ยังมี“พลังของชาวบ้านบ้านป่าสักงาม” ร่วมทำแนวกันไฟและจัดกำลังลาดตระเวนช่วยสอดส่องดูแลพื้นที่ป่า เนื่องจากป่าใกล้หมู่บ้านยังอุดมสมบูรณ์และเป็นที่ตั้งของผืนป่าสักที่ใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่ นางสลีลญา คำภาแก้ว นายอำเภอดอยสะเก็ด ระบุว่า พื้นที่แห่งนี้มักเกิดไฟป่าขึ้นซ้ำซากจากผู้ที่ลักลอบเผาเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ ปีนี้จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ทางอำเภอได้ฝากประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนไปยังประชาชน ขอให้งดเว้นการเผาทุกชนิดและปฏิบัติตามประกาศจังหวัดอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด
สถิติไฟป่าและความหวังในปี 2569
จากข้อมูลสถิติไฟป่าในปี 2568 โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่สามารถลดจุดความร้อน (Hotspot) ลงได้ถึง60% เหลือจุดความร้อนเพียง 4,709 จุด และลดพื้นที่เผาไหม้ลงได้กว่า 27% ส่วนในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ปีที่ผ่านมามีจุดความร้อน 32 จุด พื้นที่ถูกเผาไหม้กว่า 19,000 ไร่
ด้วยเหตุนี้ แผนปฏิบัติการเชิงรุกในปี 2569 ที่ผสานทั้งการประกาศปิดป่า การลาดตระเวนทางน้ำ การใช้เทคโนโลยี และความร่วมมือจากชุมชน จึงเป็นความหวังสำคัญที่จะช่วยควบคุม สกัดกั้นการลักลอบเผา และลดตัวเลขจุดความร้อนรวมถึงพื้นที่เผาไหม้ให้ลดลงจากปีที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ



