นักเรียนทุนอานันทมหิดลระดมสมองป้องกันไฟป่าด้วย 3 แนวทางหลัก
นักเรียนทุนอานันทมหิดลระดมสมองป้องกันไฟป่า 3 แนวทาง

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลได้ระดมสมองจัดทำโครงการป้องกันไฟป่า ผสานความร่วมมือในทุกมิติ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาไฟป่าให้ประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการทำงาน 3 ด้าน คือ การวิจัย การสื่อสารกับสังคม และการจัดทำนิทานสำหรับเด็ก

แนวทางการทำงาน 3 ด้าน

ด้านแรกคือการวิจัย โดยใช้เทคโนโลยี Remote Sensing หรือการสำรวจข้อมูลระยะไกล นำภาพดาวเทียมมาสำรวจจุดความร้อน พัฒนาแอปพลิเคชันตามรอยเผา และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ด้านที่สองคือการสื่อสารกับสังคมผ่านเฟซบุ๊กเพจฝ่าฝุ่น และยูทูบรายการปันปัญญ (Punpunya) พร้อมปลุกพลังเยาวชนผ่านโครงการด้านการศึกษา ด้านที่สามคือการจัดทำนิทานชุดหัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM 2.5 จำนวน 3 เล่ม ได้แก่ ไฟป่า น่ากลัวจัง ไฟนา อย่าก่อนะ และฝุ่นเมืองเรื่องใหญ่ แจกฟรีให้กับนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาทั่วประเทศ

ความเป็นมาของชมรมผู้รับพระราชทานทุน

ศ.ดร.อภินิติ โชติสังกาศ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้รับพระราชทานทุนแผนกเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ.2543 และประธานชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลคนปัจจุบัน กล่าวว่า มูลนิธิอานันทมหิดลก่อตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2498 โดยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระอนุสรณ์ถึงพระบรมเชษฐาธิราช และมีพระราชประสงค์พัฒนาคนเพื่อพัฒนาชาติ สืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ที่ทรงสนพระราชหฤทัยด้านการศึกษา จึงทรงตั้งทุนมูลนิธิอานันทมหิดล คัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถทางวิชาการสูงและมีคุณธรรม ไปศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา คล้ายกับทุนเล่าเรียนหลวงที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ทุนนี้ไม่มีการผูกมัด ผู้รับพระราชทานทุนสามารถกลับมาพัฒนาประเทศในมุมที่ตนเองถนัด มี 8 แผนก ได้แก่ แพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ธรรมศาสตร์ อักษรศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กิจกรรมของชมรมฯ

ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลเกิดจากผู้สำเร็จการศึกษาโดยมูลนิธิรวมตัวกัน ดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เช่น การพานักเรียนทุนเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงสนพระราชหฤทัยเรื่องก๊าซเรือนกระจก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยต้นไม้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทำหนังสือสาระน่ารู้เพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยนายปราโทมย์ ไม้กลัด ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ดร.วิรไท สันติประภพ และต่อเนื่องถึงสมัย ศ.นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดปัญหา PM 2.5 เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2562 ท่านอาจารย์จรัญได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้ชมรมฯ จัดทำโครงการช่วยแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น จึงเกิดคณะกรรมการทำงานต่อเนื่องมาจนถึงสมัย ดร.เจน ชาญณรงค์ ซึ่งได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง

รายละเอียดแนวทางการทำงาน

ศ.ดร.อภินิติกล่าวต่อว่า สำหรับไฟป่าซึ่งเป็นต้นตอใหญ่ของปัญหาฝุ่นในประเทศไทย ชมรมฯ มีแนวทาง 3 ด้าน ได้แก่ 1. การวิจัย โดย ดร.เจน ชาญณรงค์เริ่มนำ Remote Sensing มาดูจุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียมที่บ้านก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน ซึ่งเป็นชุมชนที่อพยพเมื่อสร้างเขื่อนภูมิพล จ.ตาก เกิดเป็นโครงการบ้านก้อแซนด์บ๊อกซ์ มีแอปพลิเคชันตามรอยเผา ระบบติดตามพื้นที่เผาไหม้ในที่โล่งใช้ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง ชี้เป้ารอยเผาและวิเคราะห์ร่องรอยไฟไหม้ โดย ผศ.พ.ท.ดร.สรวิช สุภเวช เป็นหัวหน้าจัดทำ มีสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุน ผลการวิจัยพบว่าต้นตอของไฟป่าส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาสังคม เช่น การติดยาเสพติดหรือการเผาป่าเพราะไม่มีงานทำ นอกจากนี้ยังมีโครงการกลไกคาร์บอนเครดิต โดย ศ.ดร.พูนพิภพ เกษมทรัพย์ เพื่อสร้างรายได้ส่งเสริมการดูแลป่า รวมถึงการสร้างอาชีพให้ชาวบ้าน การช่วยเหลือด้านพืช ดิน ปุ๋ย น้ำบาดาล ป่าชุมชน การท่องเที่ยว หัตถกรรม ฯลฯ

2. สร้างการตระหนักรู้ สื่อสารผ่านเฟซบุ๊กเพจฝ่าฝุ่น ให้ความรู้ประชาชนเรื่องฝุ่น และยูทูบรายการปันปัญญา รวมถึงติ๊กต็อก ให้ความรู้เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเทคโนโลยีต่างๆ ดำเนินการมากว่า 2 ปี โดยมี ดร.รติพร มั่นพรหม และ ดร.ธิติ สุทธยุทธ์ เป็นทีมงานหลัก ด้วยความช่วยเหลือของคุณเมษนี สถาวรินทุ โปรดิวเซอร์อาวุโสช่อง 9 มีการไลฟ์สดทางเพจเดือนละ 2 ครั้ง และกิจกรรมปันปัญญาสัญจร เพื่อให้นักเรียนทุนฯ นำความรู้ไปช่วยเหลือชาวบ้าน ขณะที่นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ให้ความรู้เรื่องการเตรียมเยาวชนรับมือโลกร้อน ศ.ดร.นพ.วีรพันธุ์ โขวิฑูรกิจ เรื่องผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผศ.ดร.ธนะบูลย์ สัจจาอนันตกุล เรื่องอาหารอนาคตและอาหารยั่งยืน

3. การศึกษาและพัฒนาเยาวชน ตั้งเป้าผ่านโครงการพัฒนาการศึกษาโดยใช้หลักบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) เตรียมเยาวชนรับมือภัยโลกร้อน โรงเรียนเป้าหมาย ได้แก่ โรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง และโรงเรียนอานันท์ (ป่าละอู) อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีโครงการบวรเพาะเห็ดและอื่นๆ โดยที่ผ่านมาจัดทำนิทานชุดหัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM 2.5 จำนวน 3 เล่ม แจกฟรีให้โรงเรียนทั่วประเทศ โดย ผศ.สพ.ญ.ดร.วรพร สุขุมาวาสี เป็นหัวหน้าโครงการ มีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุน ในปีนี้ ดร.รัตนา แซ่เล้า จะนำทีมลงพื้นที่ทำกิจกรรมพัฒนาเยาวชนตามโครงการพลังเยาวชน ต้นกล้าสีเขียว ที่โรงเรียนวัดทุ่งลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ อ.ลี้ จ.ลำพูน เพื่อส่งเสริมความรู้ ทักษะ และการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการป้องกันและลดปัญหาไฟป่า

ประธานชมรมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการทั้งหมดนี้มุ่งสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชนในระยะยาว น้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้นักเรียนทุนฯ นำความรู้ความสามารถมาพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น และใช้แนวทางพระราชดำริว่าด้วยธรรมชาติช่วยธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน