ปลัดมหาดไทยเร่งเตรียมแผนฮัจย์ปี 69 ส่งเสริมผู้แสวงบุญ 7,037 คน ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง
เตรียมแผนฮัจย์ปี 69 ส่งเสริมผู้แสวงบุญ 7,037 คน

ปลัดมหาดไทยเร่งเตรียมแผนฮัจย์ปี 69 ส่งเสริมผู้แสวงบุญ 7,037 คน ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันนี้ (7 เมษายน 2569) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2569 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง การประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นการติดตามความคืบหน้าการเตรียมการกิจการฮัจย์ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งตรงกับฮ.ศ. 1447 เพื่อส่งเสริมการประกอบศาสนกิจของผู้แสวงบุญชาวไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

ความคืบหน้าและแผนการดำเนินงาน

ปลัดกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า ขณะนี้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยมีผู้ได้รับสิทธิเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์จำนวนทั้งสิ้น 7,037 คน ซึ่งสามารถดำเนินการออกหนังสือเดินทางและตรวจลงตรา (VISA) ได้ครบถ้วนร้อยละ 100 ภายในระยะเวลาที่ทางการซาอุดีอาระเบียกำหนด นับเป็นความสำเร็จสำคัญในขั้นตอนเบื้องต้น

สำหรับปีนี้ ได้มีการจัดเที่ยวบินเพื่อขนส่งผู้แสวงบุญผ่าน 2 ท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ รวมจำนวน 21 เที่ยวบิน ซึ่งครอบคลุมผู้เดินทางทั้งหมด โดยเน้นการบริหารจัดการด้านต้นทุน ความปลอดภัย และความสะดวกสบายของผู้เดินทางเป็นสำคัญ พร้อมทั้งกำหนดสายการบินและรูปแบบการเดินทางที่เหมาะสมที่สุด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเตรียมความพร้อมและมาตรการสนับสนุน

ทางจุฬาราชมนตรีได้ตอบรับเป็นอะมีรุ้ลฮัจย์ หรือ รออิสบิซาตุลฮัจย์ อัลรัสมียะห์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ทางการ เพื่อนำคณะผู้แทนฮัจย์ทางการไทยเดินทางไปดูแลพี่น้องมุสลิมผู้แสวงบุญอย่างใกล้ชิด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมด้านที่พักและสวัสดิการอย่างรัดกุม โดยจัดเช่าอาคารที่พักในเมืองมักกะห์และเมืองมาดีนะห์ พร้อมทั้งจัดตั้งสำนักงานกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยในเมืองมักกะห์ เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงานที่สามารถดูแลผู้แสวงบุญได้อย่างใกล้ชิดในทุกมิติ

การติดตามสถานการณ์และแผนเผชิญเหตุ

กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด แม้ว่าสถานการณ์ความไม่สงบในขณะนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบพิธีฮัจย์ แต่ทางกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ ตลอดจนมาตรการเยียวยาในกรณีฉุกเฉินไว้อย่างครอบคลุม

มาตรการเหล่านี้ครอบคลุมด้านความปลอดภัย การเดินทาง และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้แสวงบุญชาวไทยจะได้รับความคุ้มครองและความปลอดภัยสูงสุดตลอดการปฏิบัติศาสนกิจ

ความมุ่งมั่นในการยกระดับการบริหารจัดการ

กระทรวงมหาดไทยมีความมุ่งมั่นในการยกระดับการบริหารจัดการกิจการฮัจย์ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายและศักดิ์ศรีของผู้แสวงบุญชาวไทยเป็นสำคัญ

เป้าหมายสูงสุดคือการให้ทุกคนสามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างสมบูรณ์ ราบรื่น และเกิดความประทับใจสูงสุด ซึ่งสะท้อนถึงความเอาใจใส่และความรับผิดชอบของภาครัฐในการสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาที่สำคัญนี้