ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนสิงหาคม 2567 มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และอาจเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 0.5 ถึง 0.8 ซึ่งลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ร้อยละ 1.1
สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเฟ้อลดลง
ปัจจัยสำคัญที่กดดันเงินเฟ้อในเดือนนี้ ได้แก่ ราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อ่อนตัวลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศลดลงตาม นอกจากนี้ ราคาอาหารสด โดยเฉพาะผักและผลไม้ ก็มีราคาถูกลงจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมาก
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
การที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงอ่อนแอ เนื่องจากรายได้ไม่เพิ่มขึ้นตามค่าครองชีพ ขณะที่หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ทำให้การใช้จ่ายชะลอตัว อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่ต่ำอาจเป็นโอกาสให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายนโยบายการเงินได้มากขึ้น
- ราคาน้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบดูไบลดลงเฉลี่ยร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน
- อาหารสด: ราคาผักสดลดลงร้อยละ 10 จากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
- สินค้าคงทน: ราคารถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าปรับลดลงตามความต้องการที่ชะลอตัว
มุมมองต่ออนาคต
ศูนย์วิจัยกรุงไทย ประเมินว่า เงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้จะยังคงอยู่ในระดับต่ำ ก่อนจะค่อยๆ ปรับสูงขึ้นในช่วงปลายปีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยยังคงประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2567 ที่ร้อยละ 1.0 ถึง 1.5 ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธปท. ที่ร้อยละ 1 ถึง 3



